แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องน่าประทับใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องน่าประทับใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ผอมด้วยใจ ผอมอย่างไร


ผอมด้วยใจ ผอมอย่างไร มาติดตามเคล็ดลับดีๆ จากโค้ชเคี้ยง โค้ชผู้เคยหนักกว่าร้อยกิโลกรัม!! 
6 เทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณหุ่นดี
 +++++++++++++++++++++++++
ผมเป็นผู้หนึ่งที่เคยน้ำหนักตัวเกือบร้อยกิโลกรัม



เคยมีความทุกข์มากที่อ้วน ต้องแบกน้ำหนักตัวกว่าร้อยกิโลกรัม และเกือบจะเป็นเบาหวาน
อยากจะลดน้ำหนัก แต่ก็ลดไม่ลง เป้าหมายที่มีมาตลอดคืออยากจะลดน้ำหนัก
พยายามอยู่ 7 ปี แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะว่าแพ้ใจตัวเองมาตลอด ทั้งๆที่รู้ว่าเพียงแค่ลดอาหาร
และออกกำลังกายน้ำหนักก็ลดลงได้ จนในที่สุดผมมาตกผลึกความคิด “วิธีการผอมด้วยใจ”
เหตุใดจึงต้องผอมด้วยใจ


เคยสังเกตไหมครับว่า เราทุกคนรู้ว่าถ้าอยากผอม ต้องไม่กินขนม แป้ง ของหวาน อาหารไขมันสูง
รู้ว่าต้องออกกำลังกาย แต่สิ่งที่เราไม่รู้คือการควบคุมจิตใจหรืออารมณ์ของเรา
ที่จะเอาชนะความ “ยั่วยวน” ของรสชาติ กลิ่น และรูปลักษณ์ของอาหาร
นอกจากนั้นบางทีเรายังใช้อาหารเป็นเครื่องระบายอารมณ์...555 เช่น ดีใจก็ชวนกันกิน เสียใจก็ชวนกันกิน
อย่างนี้จะไม่ให้รอบเอวพุ่งไปไหนๆ ได้อย่างไร  รู้งี้ต้องมาลองลดพุงด้วยใจกันดู รับรอง work!

หลักการลดพุงด้วยใจ

1. หาเหตุผลแรงๆ ว่าทำไมเราต้องลดน้ำหนัก เพราะถ้าเหตุผลไม่แรงพอ โอกาสที่จะแพ้ใจตัวเองก็มีสูง
เช่น คุณแม่คนหนึ่งอ้วนมาก อยากจะลดน้ำหนักเพราะเธอวิ่งตามลูกไม่ไหว
เธอเริ่มรู้ว่าน้ำหนักที่มากนี้จะทำให้เธอเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
และอาจไม่มีโอกาสเห็นลูกประสบความสำเร็จในชีวิต
เหตุผลที่แรงพอ จะทำให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงในการลดน้ำหนัก



2. เชื่อมั่นว่าคุณทำได้
ความเชื่อมั่นในตัวเองนับเป็นบันไดขั้นแรกของความสำเร็จ
เพราะเมื่อคุณคิดจะลดน้ำหนัก คนเดียวที่จะทำให้ฝันเป็นจริงก็คือ “ตัวคุณ”
ถ้าคุณยังไม่เชื่อตัวเอง แล้วจะสำเร็จได้อย่างไร คิดในแง่บวกว่า “คุณทำได้” จะช่วยให้เกิดความมุ่งมั่น
ไม่ท้อ ไม่ล้มเลิกกลางคัน แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม



3. จินตนาการตัวเอง ในหุ่นสุดเช้ง
ทุกคืนก่อนเข้านอน ให้หลับตาและนึกภาพรูปร่างในฝันที่คุณต้องการ
และทุกครั้งที่ท้อหรือคิดล้มเลิก ให้นึกถึงรูปร่างในฝันนั้นไว้ จะช่วยเป็นแรงจูงใจให้คุณฮึดสู้อีกครั้ง



4. ตั้งเป้าหมายระยะสั้น
ไม่ว่าคุณจะมีเป้าหมายอยู่ที่ 10 หรือ 20 กิโลกรัมที่ต้องการกำจัดออกไป
ควรเริ่มที่เป้าหมายระยะสั้น เช่น 3 กิโลกรัม เพื่อให้ตัวเองมีแรงใจที่จะไปต่อ
หรืออาจจะตั้งเป้าหมายรายวัน เช่น จะทานอาหารปริมาณเท่าไหร่ ออกกำลังกายให้ได้ 45 นาทีในแต่ละวัน
ถ้าบรรลุเป้าหมายระยะสั้นได้ เป้าหมายสุดท้ายก็อยู่แค่เอื้อม



5. รู้สึกดีกับตัวเอง
ที่ผ่านมาคุณอาจจะรู้สึกว่าตัวเองน้ำหนักมากเกินไป ดูไม่ดี ไม่มั่นใจ
แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะคิดในแง่บวก ความรู้สึกดี การให้กำลังใจตัวเอง
หรือการทำอะไรให้ตัวเองมั่นใจมากขึ้น จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก เพื่อในไปสู่รูปร่างในฝันในที่สุด


6. อย่าเครียด 555 หัวเราะเข้าไว้ สนุกกับการลดน้ำหนัก
ถ้าหากการออกกำลังกายและลดอาหารทำให้คุณเริ่มเครียด ก็ลองหยุดพักสักวัน ไปทำกิจกรรมที่ชอบ
ทำให้ตัวมีความสุข รักษาความคิดในแง่บวก แล้วพรุ่งนี้เริ่มกันใหม่
เป็นยังไงบ้างครับ กับ 6 เทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณผอม และผอมอย่างยั่งยืน
แค่เริ่มเปลี่ยนทัศนคติ รับรองว่าความผอมไม่ไกลเกินเอื้อมแน่ครับ!!

โค้ชเคี้ยงเปิด 1 on 1 โค้ชชิ่งสำหรับคนที่ลดน้ำหนักไม่ลงสักที
และเปิดสัมมนาสร้างแรงบันดาลใจให้คนสุภาพดีขึ้น สวย หล่อ และมีความเคารพตนเอง
 
โค้ชเคี้ยง เอกภพ คุณากรไพบูลย์ศิริ
 
สามารถติดตามเทคนิคของการลดน้ำหนักเพิ่มเติมได้ที่
เฟสบุ๊ค : โค้ชเคี้ยง ผอมด้วยใจ
หรือ Line : coachkiang
อ่านต่อได้ที่ https://beauty.wongnai.com/articles/6-easy-ways-to-get-good-shape-by-coach-kiang?ref=ct

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

นิทานข้อคิดเรื่อง "ปัญหาหิน"

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.....
พระราชาผู้ปราดเปรื่ององค์หนึ่งต้องการจะออกเดินทาง
ท่องเที่ยวไป เยี่ยมประชาชนของพระองค์ เมื่อมาถึงที่
กลางตลาดพระองค์ก็เกิดความคิดที่แยบคายอย่างหนึ่งขึ้น
พระองค์สั่งทหารนำหินก้อนใหญ่ มาวางกลางถนน
กีดขวางทางเดินของชาวบ้าน และพระองค์ก็ไปซ่อนตัวและ
คอยสังเกตอยู่ห่าง ๆ
.........




ชาวนาคนแรกเดินผ่านมาพร้อมทั้งบ่นอย่างไม่พอใจ
ว่าใครกันที่เป็นผู้ที่นำหิน นี้มากีดขวางทางเดินของเขา
แต่แล้วเขาก็เดินอ้อมหินนั้นไป พระราชาก็มองดูด้วยความสนใจ

.........
ต่อมามีหญิงเลี้ยงวัวคนหนึ่งเดินจูงวัวของตนมา
เมื่อมองเห็นหินก่อนนั้นเธอก็พูดว่าทำไมหินก่อนนี้
จึงมาอยู่ที่นี่ แล้วอย่างนี้เธอจะข้ามมันไปได้อย่างไร
พูดจบหญิงคนนั้นก็จูงวัวของเธอเดินหันหลังกลับไป
โดยไม่สนใจที่จะเดินอ้อมมันไปเหมือนชาวนาคนแรก

.........
เวลาผ่านไปไม่นานก็มีเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าก้อนหินก้อนใหญ่นั้น เขาพยายาม
ที่จะผลักหินไปให้พ้นทางแต่เพียงลำพังตัวเขา
ก็ไม่สามารถทำได้เขาจึงเดินหันหลังกลับไป

.........
แต่เพียงไม่กี่อึดใจเด็กน้อย คนนั้นก็เดินกลับมา
พร้อมกับเพื่อน ๆ ของเขาหลายคน แล้วเด็ก ๆ
ก็ช่วยกันผลักหินก้อนนั้นออกไปให้พ้นทางเดิน
เมื่อพวกเขาเดินกลับมาที่ถนน พวกเขาก็พบ
ถุงใส่เหรียญทองของพระราชาวางอยู่แทนที่หินก้อนนั้น
.........++++++++++++++++++++++++++



ข้อคิดดั้งเดิมจากในไลน์(ที่ศิยรายcopyมาแปะ)
หินก้อนนั้นได้ให้ข้อคิดที่มีค่าอย่างหนึ่งนั่นก็คือ
อุปสรรคในชีวิตของพวกเรานั้นมีไว้เพื่อพิสูจน์ความกล้า
ของเราที่จะเผชิญหน้ากับมัน หากเราหนีปัญหา
หรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องหนีมันไปเรื่อยๆ

หากปัญหานั้นหนักหนาเกินกว่าเราจะฝ่าฟันไปได้
ลองมองไปรอบ ๆ ตัวแล้วเราจะพบว่ายังมีผู้ที่สามารถ
ช่วยเรามาก เท่ากับผู้ที่เราสามารถจะช่วยให้เขาฝ่าฟัน
อุปสรรคของเขาไปได้ และอุปสรรคที่แข็งแกร่งที่สุด
ก็คือ ความอ่อนแอและความหวาดกลัวของตัวเราเอง
ที่จะเอาชนะปัญหาที่เกิดขึ้นนั่นเอง.



ข้อคิดใหม่จากศิยราย
หินก้อนนั้นอาจจะใช่อุปสรรค หรือไม่ใช่อุปสรรคก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคนๆนึงมองมันอย่างไรในมุมไหน และตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร เมื่อมองแยกแยะถูกที่เหตุ ผลก็ย่อมเกิด


สังเกตดูดีๆจะพบว่า ชายคนแรกแค่บ่นกับก้อนหินแล้วอ้อมไป หมายความว่า "ก็เป็นปัญหานะ แต่มันไม่ใช่กงการอะไรของฉัน"  เขาไม่ได้ตกอยุ่ในสถานการณ์ที่ต้องไปไยดีกับก้อนหิน เพราะเขาคิดถึงแต่ตัวเอง คนเช่นนี้ สังเกตดีๆ ต้องรอให้ฝุ่นเกาะโต๊ะสักนิ้ว ถึงจะเริ่มทำความสะอาดบ้าน ต้องรอให้สะดุดของในบ้านตัวเองล้ม ถึงจะมาจัดของ คนเช่นนี้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ยาก และถึงคราวเจอภัยก็เอาตัวไม่รอด


หญิงจูงวัวเลือกเดินหันหลังกลับ เป็นตัวแทนผู้ที่คิดว่า "นี่คือปัญหาของฉัน คนเดียว ฉันคนเดียวจะทำอะไรได้" ตัวอย่างของคนหนีปัญหา สุดท้ายแล้วก็ไม่พ้นปัญหา เพราะโลกนี้คือแดนแห่งปัญหา หนี แก่ เจ็บ ตายไม่พ้น


เด็กที่ไปชวนเพื่อนไปยกหินออก เป็นตัวแทนผู้ที่คิดว่า  "หินก้อนนี้ไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เป็นปัญหาของอีกหลายคน เป็นความสุขของเราที่จะได้ปลดปัญหาให้พวกเขา"
นี่คือตัวอย่างของคนที่มีจิตใจดี ใจใส ซึ่งจะทำให้เกิดความคิดที่เหนือกว่าขอบเขตของตัวเอง ซึ่งยากที่คนธรรมดาๆจะคิดออก


กรณีเด็กน้อยนี้ยังมีความนัยบอกอีกหลายอย่างด้วย เช่น คนที่ใจใสใจกว้่างจะมีความเป็นผู้นำสูง เป็นคนแยบคาย พากเพียร และมักมีบริวารสมบัติ มีโภคทรัพย์สมบัติ และความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง



การจะเป็นอย่างเด็กคนนั้นได้นั้น ไม่ต้องรอเกิดใหม่เลย เพียงแค่เรารวมใจมาหยุดนิ่งไว้ในกลางตัว ไม่เกาะไม่เกี่ยวไม่เหนี่ยวไม่รั้งสิ่งใด ทำอย่างนี้ซ้ำๆบ่อยๆเข้า ทางสายกลางนั้นจะนำไปสู่ความใสสว่างไม่มีประมาณ และจะได้พบกับผู้รู้ภายใน แล้วเราจะได้ความคิดที่หลุดจากขอบเขตของตัวเองได้อย่างง่ายๆ

จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้
ปุญญสวัสดี

ศิยราย

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

เรื่องเล่าสอนใจ “กาแฟกับถ้วยกาแฟ”












มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง บรรดาศิษย์เก่าที่จบจากสถาบันนี้ แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพ มีชื่อเสียงในวงสังคม ตามวงการต่างๆ มากมาย มีทั้งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และที่กระท่อนกระแท่น ยังดิ้นรนอยู่ในหน้าที่การงานก็เยอะ





เนื่องในวาระที่อาจารย์พ่อซึ่งเป็นที่เคารพของศิษย์เก่าทุกคน เกษียณอายุ บรรดาศิษย์เก่า จึงถือเป็นโอกาสดี ที่จะกลับไปเยี่ยมสถาบัน เพื่อเลี้ยงสังสรรค์และรำลึกถึงอาจารย์พ่อ หลังจากกินเลี้ยงกันมาได้พักใหญ่ วงสนทนาก็เริ่มเปลี่ยน ไปเป็นการบ่นพร่ำเกี่ยวกับความเครียด ในการทำงานและปัญหาชีวิต
แต่ละคนมีปัญหาแตกต่างกันออกไปมากบ้างน้อยบ้าง

อาจารย์พ่อฟังปัญหาของลูกศิษย์ทุกคนอย่างตั้งใจ รับฟังโดยไม่มีคำวิจารณ์ หรือนำเสนอความเห็นของอาจารย์เลยแม้แต่น้อย เมื่อฟังปัญหาของลูกศิษย์จบทุกคน อาจารย์พ่อเสนอเลี้ยงกาแฟกลุ่มลูกศิษย์เก่า ท่านเดินเข้าไปในครัวและออกมาพร้อมกับกาแฟเหยือกโตและถ้วยกาแฟแบบต่างๆ บ้างเป็นถ้วยกระเบื้องบ้าง เป็นถ้วยพลาสติก และบ้างทำด้วยแก้ว มีถ้วยกาแฟหลายใบที่เป็นแบบพื้นๆ ธรรมดา บางใบสวยวิจิตรสูงค่า

อาจารย์ชงกาแฟใส่เหยือกมาให้แล้ว พวกเธอจัดการรินใส่แก้วดื่มกันเองนะ บรรดาลูกศิษย์ มองถ้วยกาแฟหลากหลาย ด้วยความสนใจ แล้วพากันเลือกถ้วยกาแฟพร้อมๆ กับรินกาแฟออกมาจากเหยือกใส่ถ้วยต่างกันออก เมื่อลูกศิษย์ทุกคนต่างมีถ้วยกาแฟในมือกันทุกคน แล้วอาจารย์พ่อ กล่าวว่า
“ลองดูถ้วยกาแฟในมือของพวกเธอ กับถ้วยกาแฟที่เหลืออยู่ในถาดซึ่งไม่มีคนเลือกสิ สังเกตุกันรึเปล่า…. ถ้วยสวย ๆ แพง ๆ ถูกเลือกไปหมด เหลือไว้แต่ถ้วยแบบธรรมดาราคาถูก เป็นเรื่องปกติ…ที่พวกเรามักจะเลือก สิ่งที่ดีที่สุดโดยลืมคิดถึงความต้องการที่แท้จริงของเราและ นี่คือที่มาของความเครียดและปัญหาทั้งหลายในชีวิต”

ความจริงวันนี้สิ่งที่พวกเราต้องการแท้จริงคือ กาแฟ ไม่ใช่ ถ้วยกาแฟ แต่จิตสำนึกกลับ นำพาเราไปเลือกที่ถ้วย มิหนำซ้ำยังคอยชำเลืองมองถ้วยของคนอื่นๆ อีกด้วย

หากชีวิตคือกาแฟ หน้าที่การงาน ตำแหน่งต่างๆ ในสังคม ก็คือ ถ้วยกาแฟ มันเป็นเพียงเครื่องมือ อุปกรณ์ช่วยหยิบจับหรือประคองชีวิตของเรา มันไม่ได้ทำให้เนื้อหาจริงๆ ของชีวิต เปลี่ยนไป บางครั้ง….การมัวเพ่งที่ถ้วยใส่กาแฟ มันก็จะทำให้เราลืมใส่ใจกับรสชาติของตัวกาแฟ ถ้ารู้จักชีวิตที่แท้จริง….ของหรือตำแหน่งหน้าที่ มันก็แค่ส่วนเคลือบ ไม่ใช่เนื้อหาหรือแก่นแท้ที่สำคัญของชีวิต

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รปภ.ตัวอย่าง ช่วยชีวิตนักข่าวสาว



จาก Sanook news


ชื่นชม รปภ.BTS ใช้มือทุบกระจกกดปุ่มฉุกเฉินตัดกระแสไฟฟ้าช่วยนักข่าวสาวได้ทันท่วงที 

(20 ส.ค.) จากเหตุการณ์ น.ส.วรุณรัตน์ กาฬพันธุ์ นักข่าวสาวช่อง 3 เป็นลมพลัดตกไปในรางบนไฟ BTS สถานีหมอชิตและได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รปภ.BTS อย่างทันท่วงทีจนกระทั่งนักสาวคนนี้ปลอดภัย จากนั้นเธอได้ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะเกิดเหตุเธอกำลังเดินทางมาทำงานที่ช่อง 3 และได้ใช้บริการรถไฟฟ้าช่วงสถานีหมอชิตมาลงสถานีทองหล่อ เป็นประจำ ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองเวียนหัวเป็นอย่างมากแต่พยายามฝีนตัวเองเดินไปขึ้น บันไดเลื่อนจนกระทั่งไปถึงชานชลาที่รอรถไฟเริ่มรู้สึกวิงเวียนมากขึ้น หลังจากนั้นเธอไม่รู้สึกตัวอีกเลย

"ขอบคุณพี่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานีในขณะนั้นด้วย ทราบมาว่าพี่เขาก็ได้รับบาดเจ็บที่ใช้มือทุบกระจกเพื่อช่วยเหลือตัดระบบ สัญญาณไฟฟ้า ถ้าไม่ได้ทั้งทางพี่เจ้าหน้าที่ และบีทีเอสที่ช่วยดูแลระบบรักษาความปลอดภัยที่รวดเร็วเช่นนี้ คงจะไม่ได้มานั่งพูดอยู่ตรงนี้"

นายสมภพ เกียะทอง อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ในเหตุการณ์ เผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 8 โมง ระหว่างรถไฟฟ้ากำลังจะเข้าสถานี มีผู้โดยสารรอรถเป็นจำนวนมากเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินแทรกขึ้นมาก่อนจะพลัด ตกลงไปในรางรถไฟฟ้า ตนจึงวิ่งไปทุบกระจกและกดปุ่มฉุกเฉินซึ่งห่างไปประมาณ 5 เมตร เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าตามขั้นตอนที่ฝึกซ้อมมา ก่อนจะแจ้งนายสถานีให้เจ้าหน้าที่ลงไปช่วย เป็นครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ได้ทำตามขั้นตอนที่ฝึกมา เป็นไปตามมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เรื่องเล็กๆ ที่งดงาม จากงานศพ "เจ้าพ่อกระทิงแดง"

เรื่องเล็กๆ ที่งดงาม จากงานศพ "เจ้าพ่อกระทิงแดง"

>> บันทึกโดย หนุ่มเมืองจันท์

วันก่อน นัดทานข้าวกับ "พี่อู๊ด" นักธุรกิจใหญ่ด้านประกันภัย และเพื่อนพ้องน้องพี่

"พี่อู๊ด" เพิ่งไปงานศพของ "เฉลียว อยู่วิทยา" เจ้าพ่อกระทิงแดงที่วัดเครือวัลย์วรวิหาร

งานศพของ "มหาเศรษฐีแสนล้าน" ที่สุดแสนจะเรียบง่าย
เป็นที่รู้กันว่า "เฉลียว" นั้นเป็นคนที่ใช้ชีวิตสมถะมาก
ทั้งที่ร่ำรวยมหาศาล
เขาใส่เสื้อผ้าง่ายๆ ไม่ใช้ของแพง
ไม่ออกงาน
มีความสุขอยู่กับการทำงาน อยู่กับโรงงาน

แต่ในวันที่เขามีชีวิตอยู่ เรื่องเหล่านี้คือเรื่องที่เล่าขานต่อๆ กันมา เพราะ "เฉลียว" ไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ภาพความเรียบง่ายของ "เฉลียว" จึงปรากฏให้สาธารณชนได้รับรู้

"เฉลียว" สั่งเสียลูกๆ ไว้แล้วว่าให้จัดงานศพแบบเรียบง่าย รบกวนคนให้น้อยที่สุด

ตอนแรกจะจัดงานศพแค่ 3 วัน แต่หุ้นส่วนใหญ่ที่ต่างประเทศเดินทางมาไม่ทัน จึงขยายเวลาเป็น 7 วัน

"เฉลียว" บอกลูกหลานให้เป็นเจ้าภาพเพียงคนเดียว ไม่รับ "เจ้าภาพร่วม"
จัดงานที่วัดเล็กๆ ใกล้ที่ทำงาน พนักงานจะได้เดินทางสะดวก
เงินที่แขกช่วยงานศพทั้งหมดบริจาคให้กับวัด

::::::::::::::::::

"พี่อู๊ด" เล่าว่าไปงานศพผู้ใหญ่หลายครั้ง ส่วนใหญ่จะเจอปัญหาเรื่องหาที่นั่งไม่ได้ หรือต้องไปนั่งกับคนที่ไม่คุ้นเคย

ครั้งหนึ่งไปงานศพคุณแม่ของนายแบงก์ พอไปถึงกลับไม่มีที่นั่ง แขกต้องยืนรอ

จนเจ้าภาพต้องประกาศผ่านทางไมโครโฟนให้พนักงานของบริษัทสละที่นั่งให้แขกด้วย

แต่งานนี้ ลูกหลาน "อยู่วิทยา" ทั้งหมดยืนเป็นแถวรอรับแขกอยู่หน้างาน

แขกของใครมา เขาก็จะเดินมารับและพาไปนั่งในกลุ่มคนที่คุ้นเคย

จากนั้นค่อยกลับไปยืนรอแขกต่อ

แต่ที่ประทับใจที่สุด ก็คือ การดูแล "คนขับรถ"
จะมีเจ้าหน้าที่ของ "กระทิงแดง" เดินมาถามคนขับรถว่ามางานนี้หรือครับ
จากนั้นจะชี้ทางไปที่จอดรถ และยื่นกล่องอาหารว่างของ "เอสแอนด์พี" และน้ำดื่มให้คนขับพร้อมกับของที่ระลึก

งานศพนั้นจัดช่วงเย็น บางทีคนขับรถอาจจะหิว
ยิ่งงานใหญ่ คนเยอะ หาของกินก็ยาก

การเตรียมอาหารว่างให้ "คนตัวเล็ก" อย่างคนขับรถ แสดงถึงความใส่ใจของครอบครัว "อยู่วิทยา"
นี่คือ เรื่องเล็กๆ ที่งดงาม

::::::::::::::::::

มี "ผู้ใหญ่" หลายคนที่เราเคารพเพราะ "เรื่องเล็กๆ" แบบนี้
อย่างผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทุกครั้งที่มีงาน หรือต้องรับรองคนใหญ่คนโต
นอกจากสอบถามลูกน้องเรื่องอาหารการกินและการดูแล "แขก" แล้ว
เขาต้องถามเรื่องความสะอาดของห้องน้ำ

และประโยคหนึ่งที่ติดปากผู้ใหญ่คนนี้ก็คือ "อย่าลืมดูแลคนขับรถและผู้ติดตามด้วยนะ"

บางครั้งความยิ่งใหญ่ของคนเราที่อยู่ในใจคน
ไม่ใช่ขนาดของ "อาณาจักรธุรกิจ"
ไม่ใช่ฐานะความร่ำรวย

แต่เป็นเรื่องการใส่ใจในเรื่องเล็กๆ ของ "คนตัวเล็ก"
ที่เขาไม่เคยคิดว่า "คนตัวใหญ่" จะมองเห็น

:::::::::::::::::

สังเกต "ต้นไม้ใหญ่" ไหมครับ
เวลาพูดถึง "ต้นไม้ใหญ่" ที่เราชอบ
ต้นไม้ต้นนั้นจะไม่ใช่ต้นไม้ที่ "สูง" ที่สุด
แต่เป็นต้นไม้ที่แผ่ "กว้าง" ที่สุด

ไม่มีใครนึกถึงต้นไม้ใหญ่ที่เป็นต้นอโศก หรือต้นสนที่สูงลิบลิ่ว
แต่มักจะนึกถึงต้นจามจุรี หรือต้นไม้ใหญ่ที่ไม่ต้องสูงมาก
ทว่า แผ่กว้างให้ร่มเงากับผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา

ไม่เลือกว่าเป็นใคร
ไม่ดูชื่อ ไม่ดูนามสกุล ไม่ดูฐานะ
ใครผ่านมาก็ร่มเย็นทุกคน

สิ่งที่เราจดจำต้นไม้ใหญ่จึงไม่ใช่ "ความสูงส่ง"

แต่กลับเป็น "ความกว้าง"

คงเหมือนกับ "คน"
ช่วงหนุ่มสาว เราอาจคิดเหยียดกายให้สูงที่สุด
แต่เมื่อเวลาผ่านไป
เราต้องรู้จักแผ่กิ่งก้านเพื่อให้ร่มเงาแก่คนอื่น

เพื่อให้คนจดจำในวันที่ร่วงโรย

::::::::::::::::::

เรื่องโดย : หนุ่มเมืองจันท์

ที่มา : คอลัมน์ ฟาสต์ฟู้ด ธุรกิจ - มติชนสุดสัปดาห์ และ Life 101 Co.,Ltd.

วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

ชีวิตอัศจรรย์ของ "นกอินทรี"

 ชีวิตอัศจรรย์ของพญานกที่หลายท่านอาจยังไม่ทราบครับ "นกอินทรี"

นกอินทรี เป็นสัตว์ปีกที่มีอายุยืนที่สุดในโลก มันมีอายุยาวนานถึง 70 ปี เมื่อเราเอ่ยถึงมันก็คงต้องนึกถึงปีกอันสง่างาม และกรงเล็บที่ทรงพลัง แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่ามันมีช่วงชีวิตที่เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงของมันด้วย ...
เมื่อนกอินทรีอายุ 40 ปี ปากของมันจะงองุ้มลง จนจะจิกจะกินอะไรก็ทำได้ยาก เล็บมันจะยาวออกและโค้งงอ จนไม่สามารถจะจับสัตว์กินเป็นอาหารได้ดีเหมือนเดิม และปีกที่งดงามของมันก็จะเกิดขนปกคลุมจนหนาและหนัก ทำให้มันออกแรงบินแต่ละครั้งด้วยความยากลำบาก ช่วงเวลานี้กินเวลายาวนานถึง 150 วัน หรือประมาณ 5 เดือน ... พอมาถึงช่วงนี้มันมีทางเลือก 2 ทางในชีวิต คือ หนึ่งฆ่าตัวตายเสีย กับทางเลือกที่สอง คือ ต้องอดทน และต้องผ่านบททดสอบนี้ไปให้ได้ ... 



ถ้ามันเลือกหนทางที่หนึ่ง มันก็สามารถทำได้ด้วยการเอากรงเล็บปาดคอตัวเอง เพื่อจบชีวิตลง หรือไม่ก็ทรมานตายไปเอง ...

แต่ถ้ามันเลือกหนทางที่สอง มันต้องกัดฟันบินขึ้นสู่ภูเขาหินสูง แล้วเคาะปากมันกับหินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง เพื่อให้จงอยปากของมันหลุดออกมา ... ต่อจากนั้นมันต้องเคาะเล็บตนเองที่งองุ้ม กับพื้นหินที่แข็งกระด้าง จนเล็บหลุดออกมาทีละเล็บๆ จนหมด มันต้องจิกดึงขนที่หนาเตอะ ตรงอกและปีกออกทีละชิ้นทีละชิ้น จนขนเหล่านั้นหมดไป ... แน่นอนขั้นตอนเหล่านี้ต้องกินเวลานาน และเจ็บปวดทุกข์ทรมานแสนสาหัสสากรรจ์ ... กระบวนการจะเริ่มอย่างช้าๆ และสิ้นสุดลงเมื่อครบ 150 วัน




เมื่อมันอดทนผ่านไปได้ รางวัลของมันคือ ปากที่จะงอกออกมาใหม่สวยงามกว่าเดิม เล็บที่จะงอกออกมาใหม่ แหลมคมและทรงพลัง เหมาะแก่การล่าสัตว์หาอาหารเพื่อการดำรงชีวิต ... และของขวัญล้ำค่าอีกอย่างคือชีวิตที่จะมีต่อไปได้อีก 30 ปี .. เป็น 30 ปีที่สง่างาม และมีเกียรติ ... มันจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งด้วยปีกที่ทรงพลังกว่าเดิม ... แต่ถ้าหากว่ามันไม่ผ่านบททดสอบ มันไม่ยอมทนทุกข์ไม่ยอมเจ็บ ทุบเอาปากออก ไม่ยอมเจ็บเพื่อจะเอาเล็บตนเองออก และไม่ยอมอดทนที่จะจิกดึงเอาขนที่มีจำนวนมากมาย และหนาเตอะออก เมื่อผ่าน 150 วันมันจะต้องตายในที่สุด ...

มีนกอินทรีหลายตัวที่ผ่านบททดสอบ แต่ก็มีอีกจำนวนมหาศาลเช่นกันที่ตายลงในบททดสอบ 150 วันนี้ ...


มนุษย์เมื่อเกิดมาแล้ว ก็ต้องมีทั้งสุขและทุกข์ เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องเจ็บปวด เราต้องอดทนจนถึงที่สุด เพราะเมื่อเราผ่านมันไปได้ ชีวิตเราย่อมมีสิ่งที่ดีรออยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน ... อาจมีหลายครั้งที่เราเจ็บเหลือเกิน เราร้องไห้ เราล้มลงทั้งยืน ... อย่าหมดหวังในชีวิต จงลุกขึ้นสู้อุปสรรคนั้น อย่าคิดทิ้งบททดสอบเหมือนนกอินทรีย์บางตัวที่ไม่ยอมทนเจ็บ ไม่ยอมทนทรมานเพียงชั่วคราว ...

ช่วงเวลาแห่งความทุกข์มีกันทุกคน แต่มันไม่ได้ยาวนานนิรันดร์ เมื่อเราผ่านพ้นมันก็จะหายไปเอง ... เหลือแต่ความเข้มแข็งของเราที่จะมีมากกว่าเดิม ...

อุปสรรคไม่เคยฆ่าใครตาย แต่เป็นกำแพงที่มีเพื่อให้เราข้าม เพื่อที่เราจะเติบโต เพื่อที่เราจะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่เราจะงดงามขึ้น ... จงเป็นดั่งนกอินทรีที่มีชีวิตต่อไปได้อีก 30 ปีนั้นเถิด


ขอขอบคุณข้อความจาก-กัลยาณมิตร




กลอนพญาอินทรี (ไม่ทราบนามผู้แต่ง แต่ความหมายน่าสนใจ)

เจ้าพญา ผู้พิทักษ์ เหล่าปักษี
แม่อินทรีย์ จอมวิหค ผกเวหา
ผู้เป็นใหญ่ ในขุนเขา เฝ้าพนา
ครองนภา อากาศกว้าง อย่างทระนง
มีคุณธรรม อันยิ่งใหญ่ ให้เล่าขาน
พญานก สืบสาน อย่างได้ผล
คือวิธี เลี้ยงลูกน้อย ให้คอยยล
ขอทุกคน ติดตามกลอน ตอนต่อไป

พญานก จะขยัน หมั่นหาเหยื่อ
มาแผ่เผื่อ ลูกนก จิตสดใส
เฝ้าเป็นห่วง ลูกน้อย ผู้กลอยใจ
คอยห่วงใย ถนอม กล่อมลูกยา

สายตาสอด ส่องภัย ให้แก่ลูก
จิตฝังผูก กลัวลูกหล่น ลงเวหา
หมั่นนอนกก ให้อบอุ่น แก่ลูกยา
วันเวลา ผ่านไป จนใหญ่โต

ลูกทุกตัว เติบใหญ่ อย่างได้ผล
ต่างซุกซน บนรังรัก อยากบินโผ
มองเห็นแม่ โผผิน บินโฉบโชว์
ต่างอยากโผ บินข้าม ตามมารดา

พญานก บินว่อน เพื่อสอนลูก
ให้รีบลุก ปลุกใจ ให้ถลา
สอนให้บิน กระโจน ร่อนโผนมา
ถึงเวลา ลูกรัก จักโบยบิน

ลูกพญา อินทรีย์หนอ พอได้ฟัง
ต่างก็ย่าง เตาะแตะมา ใกล้ผาหิน
บางตัวกล้า เดินต้วมเตี้ยม เตรียมจะบิน
บางตัวสิ้น แรงหด ตกจากรัง

ตัวที่แข็ง แรงมี ปรี่ขึ้นฟ้า
ตัวที่แรง อ่อนหล้า คราหมดหวัง
ต่างตกเหว ชีวิน ก็ภินท์พัง
ฝากเป็นเรื่อง ความหลัง ที่ยังงง

สุดวิสัย ที่แม่อินทรีย์ จะปรี่รับ
สุดวิสัย ที่จะคาบ ตามประสงค์
จึงปล่อยให้ ลูกตัวนิด มาปลิดปลง
เพราะประสงค์ ลูกที่แข็ง แรงเท่านั้น

เปรียบประดุจ ชีวิตเรา เฝ้าฝึกฝน
สู้อดทน หนักเบา เฝ้าขยัน
จึงจะรอด ปลอดภัย ไร้โทษทัณฑ์
ส่วนผู้ที่ ประมาทนั้น พลันมลาย

เหมือนลูกนก อินทรีย์ ที่สาธก
นำมาถก ชี้แจง แถลงไข
เป็นตำนาน พญาอินทรีย์ ระบือไกล
เลี้ยงลูกน้อย เติบใหญ่ ปล่อยให้ตาย

เลือกลูกน้อย ที่สดใส ให้คงอยู่
เพื่อต่อสู้ อุปสรรค อย่างสมหมาย
ปล่อยลูกน้อย กำลังเพลา ไม่เอาใจ
ให้ล่วงหล่น ลงเหวใหญ่ ไพรพนา

พระธรรมทูต ก็เช่นกัน ผ่านมาได้
ที่ล้วนแล้ว เอาใจใส่ ใฝ่ศึกษา
จึงสอบผ่าน ภาคจิตะ ภาวนา
สู่ภาควิชา- การกัน อย่างมั่นคง

ส่วนผู้ที่ อ่อนแอ ไม่แผ่เผื่อ
ไม่เอื้อเฟื้อ คำสั่ง อย่างเหมาะสม
จึงถึงการ ถูกทิ้งไว้ ในกลางดง
เลยหัวลง เอวัง กลับรังเดิม


วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2557

พระป๊อก โค้ชฟุตบอล ที่พึ่งของเยาวชน

 เรื่องที่จะนำมาลงต่อไปนี้ อาจไม่ถูกใจผู้ที่มีจุดยืนเรื่องความเคร่งครัดในกิริยาอาการของพระภิกษุสงฆ์ แต่โดยส่วนตัวผู้โพสเห็นว่า เป็นข้อคิดที่มีประโยชน์ต่อสังคม และเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วไปอยู่ไม่น้อย จึงนำมาเสนอไว้ในบล็อกนี้ขอรับ
 
ขอขอบคุณ http://hilight.kapook.com/view/71954 สำหรับเนื้อหาดีดี 
 

20 สุดยอดคนหัวใจแกร่ง ปลุกพลัง แรงบันดาลใจให้สังคม

http://hilight.kapook.com/view/79941
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
พระป๊อก คนค้นฅน


พระป๊อก คนค้นฅน


พระป๊อก คนค้นฅน





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Youtube.com โพสต์โดย  LadyBimbettes , รายการคนค้นฅน

          20 ปีมาแล้ว ในตำบลโคกกลอย จังหวัดพังงา พื้นที่ที่คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม หรือเป็นชาวมุสลิม พวกเขาได้พบกับพระสงฆ์รูปหนึ่ง ที่ทุ่มเทแรงกายและแรงใจ ไปกับการพัฒนาเด็ก ๆ ในชุมชน ให้เติบโตมาอย่างมีจิตสำนึก และหลีกหนีให้ห่างไกลจากยาเสพติด แม้ว่าจะนับถือกันคนละศาสนา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ พระป๊อก พระสงฆ์ผู้เป็นที่พึ่งของเยาวชนรูปนี้ ลดละความตั้งใจที่จะพัฒนาเยาวชนในชุมชนได้เลย

          รายการคนค้นฅน (29 พฤษภาคม) นำเสนอเรื่องราวของ พระสมุห์โกศล ญาณวโร หรือ พระป๊อก พระสงฆ์รูปหนึ่งที่ชาวบ้านในจังหวัดพังงารู้จักกันดี ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าท่านุ่น ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง เป็นคนในพื้นที่ขนานแท้ ที่ต้องการพัฒนาให้ชุมชนบ้านเกิดห่างไกลจากยาเสพติดและอาชญากรรม โดยมีแนวคิดว่าต้องเริ่มต้นปลูกฝังให้กับเด็ก ๆ ในชุมชน เพื่อจะได้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ


พระป๊อก คนค้นฅน

พระป๊อก คนค้นฅน


          พระป๊อกเริ่มสร้างทีมฟุตบอลเยาวชนขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน โดยชักชวนเด็ก ๆ ในชุมชนมาฝึกเล่นกีฬา พร้อมทั้งจัดการแข่งขันยุวธรรมลีกขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ที่ด้อยโอกาสได้ทำกิจกรรมที่พวกเขารัก รวมทั้งได้เข้าเรียนโรงเรียนกีฬาที่มีมาตรฐานด้วย

          สิ่งที่เห็นได้ชัดจากความพยายามของพระป๊อก หรือ ที่ชาวบ้านแถบนั้นเรียกกันว่า เจ้าป๊อก คือการทำให้เยาวชนที่เคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อน ลืมความโกรธแค้นที่มี และกลับกลายมาเป็นเพื่อนร่วมทีมที่เข้าอกเข้าใจกันได้ ซึ่งท่านบอกว่าเป็นความภาคภูมิใจที่ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว ชาวบ้านในย่านนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านคือความหวังของชุมชนที่ทุกคนต่างไว้ใจ ท่านช่วยเหลือและพัฒนาเด็ก ๆ ในชุมชนได้อย่างเห็นผล เพราะเด็ก ๆ เหล่านั้นล้วนเติบโตอย่างมีพัฒนาการทางความคิดที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่ไปมั่วสุมยาเสพติด ก่ออาชญากรรม หรือทะเลาะเบาะแว้งกันอีก

          แม้วันนี้จะได้ โค้ชพิพัฒน์ อารีการ มาคอยช่วยดูแลสอนฟุตบอลให้กับเด็ก ๆ แต่พระป๊อกก็ยังคงต้องทำหน้าที่ฝึกการเป็นประตูให้กับเด็ก ๆ เนื่องจากยังไม่มีโค้ชมาช่วยสอนในตำแหน่งนี้ ซึ่งท่านบอกว่า เมื่อก่อนท่านก็ลงมือสอนเด็ก ๆ ด้วยตัวท่านเอง เพราะยังหาโค้ชไม่ได้ เมื่อมีโค้ชมาช่วยแบ่งเบา ท่านก็ลดหน้าที่ลงมาสอนประตูแทน เพราะท่านก็ต้องสำรวมกิริยาด้วย บ่อยครั้งที่พระป๊อกต้องศึกษาวีซีดีการสอนฟุตบอล โดยเฉพาะการสอนตำแหน่งประตู เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดให้กับเด็ก ๆ ซึ่งวีซีดีเหล่านั้นส่วนใหญ่ได้มาจากทีมฟุตบอลทีมอื่นที่ถวายมานั่นเอง

พระป๊อก คนค้นฅน


พระป๊อก คนค้นฅน

          แต่หากถามถึงความสวนทางกันระหว่างพระสงฆ์กับฟุตบอล พระป๊อก บอกว่าให้ดูที่เจตนา เพราะสิ่งที่ท่านทำอยู่ทุกวันนี้คือการทำเพื่อเด็ก ๆ ให้เรียนรู้ความมีระเบียบวินัย และน้ำใจนักกีฬา ไปพร้อม ๆ กับการมุ่งมั่นตั้งใจ ที่ทำให้ห่างไกลจากสิ่งยั่วยุ โดยพระป๊อกได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างสนามฟุตบอล และสถานที่เก็บตัวไว้สำหรับเด็ก ๆ ซึ่งการเข้าเก็บตัวท่านจะเป็นผู้เดินทางไปรับเยาวชนเหล่านั้นจากบ้าน เพื่อรับรองกับผู้ปกครองด้วยตนเอง

          และเมื่อเกือบทั้งหมดของคนในพื้นที่นั้นเป็นมุสลิม ท่านจึงจัดพื้นที่ภายในวัด ให้เด็ก ๆ ชาวมุสลิมที่มาเก็บตัวได้ทำละหมาดด้วย เพราะท่านเชื่อว่าศาสนาคือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ดังนั้นสถานที่จึงเป็นเพียงสิ่งสมมุติที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าซีกไหนเป็น พุทธซีกไหนเป็นอิสลาม ในขณะที่เด็ก ๆ ทำพิธีละหมาด พระในวัดเองก็ทำวัตรเย็นไปได้พร้อม ๆ กัน


พระป๊อก คนค้นฅน


          นอกจากจะเก็บตัวฝึกหัดให้เด็ก ๆ ได้เล่นฟุตบอลแล้ว ตอนเช้าพระป๊อกยังปลุกเด็ก ๆ ชาวพุทธให้ออกไปเดินบิณฑบาตกับท่านด้วยเพื่อให้รู้จักคุณค่าของสิ่งที่ได้ รับจากชาวบ้าน รู้จักกินรู้จักใช้อย่างประหยัด อีกทั้งยังฝึกความเป็นระเบียบรู้จักตื่นให้เป็นเวลา และการต้องดูแลเด็ก ๆ หลายสิบชีวิต ก็ไม่ได้ทำให้พระป๊อกเหน็ดเหนื่อย ท่านกลับบอกว่าการที่พระอายุ 50 กว่า ต้องดูแลเด็ก ๆ วัยกำลังซนหลายสิบชีวิต มีการปรับตัวให้เข้าใจกัน มีความผูกพันกัน คือสิ่งที่ทำให้ท่านรู้สึกสดชื่น อีกทั้งการสอนฟุตบอลให้กับเด็ก ๆ นั้นไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อชัยชนะ แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาจิตใจของเด็ก ๆ ต่างหาก

          แม้ว่าจะต้องดูแล คอยให้ความรู้ คอยสั่งสอนอบรมบ่มจิตใจกับเด็ก ๆ เยาวชน แต่พระป๊อก ก็ไม่ได้ละเว้นหน้าที่ในทางธรรม ท่านยังคงดูแลวัดป่าท่านุ่น และเผยแพร่ธรรมะแก่พุทธศาสนิกชนอยู่เสมอ ชาวบ้านแถวนั้นต่างก็ตื้นตันใจในสิ่งที่พระสงฆ์รูปนี้ทุ่มเทเพื่อวัดและคนใน ชุมชน เรียกได้ว่า พระป๊อก คือพระนักพัฒนาตัวจริง ที่ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงเด็ก ๆ ในชุมชน และปลูกฝังความดีงามในจิตใจให้เยาวชนได้อย่างราบรื่น โดยไม่มีเส้นกั้นระหว่างศาสนาใด ๆ



<iframe width="640" height="360" src="//www.youtube.com/embed/PgxmMLcV4hs?feature=player_embedded" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>

คลิป พระป๊อก โค้ชฟุตบอลผ้าเหลือง ที่พึ่งของเยาวชน ใน รายการ คนค้นฅน

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

ใจบันดาลแรง เรื่องของ (อดีต)หนุ่มอ้วน เนย อิทธิมนต์

 เมื่อจะกล่าวถึง "ธรรมะ" ที่ใช้ได้จริงแล้ว กล่าวเป็นอื่นไม่ได้เลยนอกจากการเอาชนะ"ใจ" ตัวเอง ซึ่งผู้เขียนก็เลยขอยกบทความดีดี ของหนุ่มคนนึงที่ใช้กำลังใจลดน้ำหนักได้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจ ^^

เป็นข้อความจาก http://news.mthai.com/general-news/163979.html +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Mthai News : กลายเป็นเรื่องที่ถูกส่งต่อกันอย่างมากมาย หลัง(อดีต)หนุ่มอ้วน เนย อิทธิมนต์ นำเรื่องลดน้ำหนักของตัวเองไปโพสในเฟสบุ๊คส่วนตัว และนำมาโพสต่อที่เว็บบอร์ดพันทิป โดยใช้หัวข้อเรื่องว่า “ผมเคย หนัก 140 โล ปัจจุบัน ผมเหลือ … !!”
และมีข้อความซึ่งอยากให้เป็นแรงบรรดาลใจ ให้ใครหลายคนได้ลดน้ำหนัก ดังนี้
ผมชื่อ เนย ครับ ผม หนัก 140 ผมเป็นคนชอบทานอาหารอร่อยๆ แบบตระเวน กินไปเรื่อยๆ
อยากให้ได้อ่าน เรื่องของผม ก่อนครับ
ก่อนอื่น ให้เข้าไป ดู ใน Facebook ของผมก่อนแล้วกันครับ
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.312401695480555.76151.100001321817345&type=3
“มีวันหนึ่ง ผู้ชายคนนึง กำลังกินอย่างมีความสุข ในร้านอาหาร ญี่ปุ่น โดยกินแค่ ข้าว3ถ้วย ข้าวผัดกระเทียม1 ข้าวหน้าปลาดิบ สเตีกหมู ทาโกยากิ ราเมง แค่นี้เอง ไม่เยอะหรอก
พอเค้ากลับบ้านไป เค้ารู้สึกได้ ถึง ความตายอยู่ข้างหน้า ได้แต่พูดกับตัวเองว่า “ทำไม ทำไม กูหายใจไม่ออก” หลังจากนั้น เค้า หรือ ผมเอง ก็คิดได้ ถึงการลด น้ำหนัก
ก่อนหน้านั้นหนะหรอ ? ผมมีความสุข ในการที่ได้กินไปวันๆ แต่คุณ คุณ คิดว่าความสุขนั้นคือความสุขที่แท้จริงหรือเปล่า ?
ผมเจ็บทุกครั้ง ที่มีคนเรียกผมว่า “ไออ้วน” เจ็บทุกๆครั้งที่ เพื่อนๆ ทำอะไรได้ แต่ผมทำไม่ได้
พ่อและแม่ เคยบอกผมหลายครั้งว่า เนยลดเถอะ ผมตอบไปให้ไวว่า เห้ย ไม่ลด คนผอมบนโลกนี้เยอะแล้ว indy
ผมปลอบใจตัวเองทุกครั้ง กระจก ผมยังไม่ส่องเลย ผมได้แต่บอกข้ออ้างที่ว่า เห้ย กูมันลดยาก อ้วนง่าย ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ผมใช้เวลา ไม่ต่ำกว่า 10ปี สะสม ไขมัน มาเรื่อยๆ แต่ผมใช้ เวลา แค่ 8เดือน แค่ 8เดือน คุณอ่านไม่ผิดหรอก ลดจาก 140 ทั้งๆที่ผมไม่รู้ว่า:-)มากกว่า 140หรือเปล่า เพราะ ตราช่าง มัน limit เลขแค่ 140 ผมใช้เวลาแค่ 8เดือน ลดมาเหลือ 67 ผมลดไป มากกว่า73 กิโล ใช่ ใช่ ใช่ 73กิโลใน8เดือน คุณไม่ได้ตาฟาดไม่ต้องหาแว่นมาใส่
โดย ผมไม่กิน ยาลดความอ้วนเลย แม้แต่ 1 เม็ดไม่มี อาหารเสริม อะไรทั้งนั้น ที่สำคัญ คือ อะไร ? คือใจ ใจที่ไม่ยอมแพ้ ใจที่จะเอาชนะ ใจตัวเอง เท่านั้น เวลาผม ทรมาณ อยากกินผมแค่คิดว่า เห้ย ไม่กินวันนี้ พรุ้งนี้ หรือตอนเราผอม ร้านยังไม่เจ๊งก่อนหรอก ผอมค่อยกินมัน เราก็ไม่ตายหรอก
ผมไม่หวง สูตรลดนะครับ อยู่ที่ว่าผม พูดไป คุณ จะทำให้ชนะใจตัวเองได้ไหม แค่นั้น ถ้าไอคนไม่เอาถ่านแบบผมทำได้ มนุษย์บนโลกแคบๆของเรา ทุกคนทำได้เชื่อผม
พอได้หรือยัง กับข้ออ้างเดิมๆ ?
พอยัง กับความสุขแบบ หลอกตัวเองไปวันๆ ?
พอหรือยัง กับ ความทุกข์ ที่คุณ ต้องเก็บไว้ ?
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกว่า เลิกอ้างเถอะครับ เริ่มวันนี้ ชีวิตก็ดีขึ้น วันนี้
“พอเถอะ กับความสุข ที่หลอกตัวเองไปวันๆ”
…………………………………………………………………….
ภาพ เนย อิทธิมนต์

รูปนี้ คือผม ตอนก่อน ลด นน ครับด้านข้าง

รูปนี้ คือผม ตอนก่อน ลด นน ครับหน้าตรงครับ

รูปนี้ คือผม ตอนก่อน ลด นน ครับ

รูปนี้ คือผม ตอนก่อน ลด นน ครับหน้าตรงครับหน้าบ้างครับ

และแล้ว 1 เดือน ผมก็ ลงไป 130 กว่านิดๆ

110 – 100 เป็นช่วงที่ลด ยาก มากมายครับ ใจมันท้อ มาก

110 – 100 เป็นช่วงที่ลด ยาก มากมายครับ ใจมันท้อ มาก(เพิ่มเติม)

อาจจะเป็นเพราะ ผมให้รางวัลตัวเอง บ่อยไปหน่อย ก็เป็นได้ ฮ่าๆๆๆ

90-100 แล้วครับ ^^

75-80 ช่วงนี้ ก็ มีแรงฮึกมากๆ ครับ เพราะ ตั้งเป้า ไว้ ที่ 75
บอกตัวเองว่าจะหยุดลด พอใจ กับความผอมแค่นี้

แต่ ผมก็ไม่หยุด ครับ มันยังลดได้อีก นินาาาา ช่วง ไคล์แมกซ์ เลยครับ 70 – 75

และแล้ว ก็ มาถึง ผมใน ปัจจุบัน ครับ ^^ 66-68 kg !(1)

และแล้ว ก็ มาถึง ผมใน ปัจจุบัน ครับ ^^ 66-68 kg !(2)

และแล้ว ก็ มาถึง ผมใน ปัจจุบัน ครับ ^^ 66-68 kg !(3)

และแล้ว ก็ มาถึง ผมใน ปัจจุบัน ครับ ^^ 66-68 kg !(4)

และแล้ว ก็ มาถึง ผมใน ปัจจุบัน ครับ ^^ 66-68 kg !(5)

และแล้ว ก็ มาถึง ผมใน ปัจจุบัน ครับ ^^ 66-68 kg !(6)

ผมยังคงให้รางวัล ตัวเองเรื่อยๆ โดยไม่มีการ โยโย่ เอฟเฟค เลย ครับ
(จริงๆแล้วผมเป็นคนติด ไอติม มาก 55)

ลองเทียบกันดู ครับ แล้วก็ ภาพถ่าย กับน้อง คนเดิม

หลังจากดูรูป แล้ว มีคำถาม มากมายครับ ว่าผมลดได้ยังไง??
ผมจะบัญญัติไว้ 5 ข้อแค่นั้นครับ ทำตาม ผมเชื่อว่าทุกคน ลดได้
1. เปลี่ยนนิสัย
การเปลี่ยน วิถึชีวิต เปลี่ยน ลักษณะการคิด เกี่ยวกับการกิน กินให้ดี ขึ้น งดของไร้ประโยชน์
2. ออกกำลังกาย
ในช่วง 30โลแรก ผมว่ายน้ำครับ เป็นกีฬาที่ผมว่า ซอพสุด ว่าย 1 ชม ครับ ไปกลับ 50 เมตร ไม่หยุด พักได้ เซท ละ 1-2 นาที หลังจากนั้น ผมออกกำลังกาย โดยการวิ่งวันละ 2 ชมครับ แล้วก็ วิดพื้น ซิทอัพ ถ้าใครเป็น สมาชิค ฟิตเนส ยิ่งง่ายครับ
3. อย่าตามใจปาก
ความหิวกับความอยาก ต้องแยกกันให้ออกนะครับ
4.1 never skip breakfast
อาหารเช้า เป็น ส่วนสำคัญต่อ การเผาผลาญ มากครับ (ในแง่คิดของผม)
4.2 Drink a lot of water
ผม ตื่นมา ก็จะดื่มน้ำ อุณหภูมิห้องปกติ ประมาณ 2แก้ว ครับ สำคัญต่อ ระบบขับถ่าย (ในแง่คิดของผม)
4.3 less cabrohydrte more fiber
กินแป้งให้น้อยลงครับ แต่ห้ามงด นะครับ คนไทยเราทานข้าวเป็นหลักถ้างด จะทำให้เรา โหย แต่กินผักเพิ่มไปเยอะๆ นะคร้าบบ (เด็กดีต้องรับประทานผัก เยอะๆนะครับ ^^)
4.4 No soda or any snack
ตามนั้นเลยครับ ให้รางวัลตัวเองได้บ้าง แต่ กินแล้ว อย่าลืมไป เบิร์น ออกนะครับ
4.5 No buffet
กินพอ อิ่ม พองาม ครับ อย่าไป ถล่มร้านเค้า เหมือนที่ผม เคยเป็น ฮ่าๆ (แต่เวลากินนี้มีความสุขเป็นบ้า)
4.6 beat yourself
ไม่ต้องคิดว่าทำเพื่ออะไรครับ สุขภาพ และทั้งหมด มาจากตัว คุณเองล้วนๆ ชนะตัวเอง ก็พอแล้วครับ ลดมาก ลดน้อย ค่อยว่ากันเอาเป้นว่าเราลด
5. จงภูมิใจ ในตัวเอง
อยากให้ภูมิใจ ในตัวเอง ครับ คิดไว้ว่า คุณหล่อ คุณสวย คุณ คือคนที่กำลัง “ผอม” อย่าไปใส่ใจ ในคำสบประมาทใดๆ แต่ถ้า คุณ ชนะใจตัวเองได้ คุณก็ ชนะคนที่ว่าคุณ ถ้าคุณ ยอมแพ้ คุณก็คือคนแพ้
เรื่องอาหารการ กิน คนถามผมเยอะมากมายเลย นะจริงๆ
การกิน คือ ความสุขชนิดนึงปะ ?
เชื่อว่าทุกคนเห็นด้วย เพราะว่า มันชิลอะ เวลาอร่อยๆนะ ฟินเลยแหละ แต่รู้ไหมว่าที่เรากินไปเนี้ย อะโห้วว ระวังอ้วนนะตัวเธอ
อีกอย่างนะ การลดน้ำหนัก สำคัญที่ ห้าม หยุดมื้ออาหาร จำไว้ว่าเมื่อไหร่ที่โรคกระเพาะแพะ ถามหาคุณเนี่ย GAME OVER คุณต้องหยุดลด จนกว่า จะกลับมาปกตินะ
การกิน ผม แบ่งเป็น 3 มื้อ
เช้า ผมจะ กินของเบาๆให้ร่างกายมันบอกว่า เออ รู้แล้วว่ากิน เพื่อ รักษาน้ำย่อยในกระเพาะ ให้มัน ย่อยอาหาร ไม่ใช่ กระเพาะเรา
เช่นอะไรหละ นมไง ยาเคลือบกระเพาะชั้นดี เลยขอ บอก แต่แอบ กระซิบว่า เฉพาะ พร่องมันเนยนะครับ ซีเรียล ก็โอเค เลือกที่เป็น ธัยพืชนะครับ ไม่เอา แป้งๆนะ หวานๆ ก็ไม่เอานะ หาที่ เป็นพวก Fit อะไรงี้มี มียี่ห้อนึง ผมกินอยู่ มีเขียนว่า fit แต่ไม่บอก ยี่ห้อนะครับ มีขายตามห้างทั่วไป ผมกลัวเค้าจะมายิงผม 555
กลางวัน ! มื้ออร่อย ที่คุณเต็มที่กับมันได้
มื้อกลางวันผม แบ่ง แบบนี้นะ 10ส่วน 2โปรตีน 2คาร์โบไฮเดรต 3ผักต่างๆ 3ผมไม้ต่างๆ ลองเทียบ บัญญัติไตรยางค์ ดูนะครับ ว่า ควรกินอะไร แค่ไหน แต่ว่า ของที่กินเข้าไปทั้งหมด ควรพอดีๆ อื่ม แค่ 60-70%  เพราะเวลาดิ่มน้ำตาม จะทำให้อิ่มพอดี
เย็น งดทั้งหมด ยกเว้นผลไม้
ผลไม้ ทำให้อิ่มได้ ครับ แต่จะบอกว่า ต้องเป็นผลไม้ ที่เป็นกากใยนะ เช่น มะละกอ (ช่วยขับถ่ายดีมาก คล่องเลย55) แก้วมังกร อะไรแบบนี้ ผลไม้ ต้องห้าม คือ ขนุน ทุเรียน มะม่วงสุข แอปเปิ้ลแดง และพวก หวานๆ แป้งๆต่างๆ มันจะทำให้อ้วนนะระวังไว้เถอะ
ทำไมต้องเป็น แบบนี้ครับ ทั้งหมด เท่าที่ผมทำ มา ระบบขับถ่ายสำคัญมากๆนะ ถ้าไม่อยากใส้เน่า และ ทำแบบนี้คุณจะไม่เป็นโรคกระเพาะ แต่ สำคัญ คือ กินให้ตรงเวลานะครับ ใครจะทำไรปล่อยเค้า เรากินของเรา
ห้ามเสียดาย  ! ข้าวทุกจานอาหารทุกอย่าง มีคุณค่า อย่ากินทิ้งขว้างจริงงง
แต่ คุณกินให้พอดีสิ จะได้ไม่เหลือทิ้งขว้าง  ถ้าคุณอิ่มแล้ว ก็หยุดกินเถอะ อย่าเสียดายยัดนุ่นเข้าไป พุงจะกางเอาง่ายๆ
ขนม กรอบๆ น้ำอัดลม เลิกซะเถิด ไม่กินวันนี้ ไม่เป็นไร รอผอมก่อนนน
อย่างที่ผมเคยบอกไป อยากให้หยุดบุฟเฟต์ คิดแบบนี้นะจำไว้ ไม่กินวันนี้ ร้านยังไม่เจ๊ง หรอก รอ ผอมค่อยไปกินมัน ยังไม่สาย ขอให้ผอมกันถ้วนหน้า เด้อออ
แค่ขยับเท่ากับ ออกกำลังกาย
ผมพูดตรงๆนะว่า ผมเป็นคนนึง ที่เกลียดการออกกำลัง ทุกชนิด ยกเว้น เล่นบาส และ เทนนิส ซึ่ง ผมเล่นมาทั้งชีวิต จนอ้วนมากกก ก็ไม่ได้เล่น
พอถึงเวลาลด นน ผมคิดหนักเลย ตายละ จะเริ่มจากตรงไหนละวะครับเนี้ย เอาเป็นว่า ผมพูดถึงแต่ละช่วงน้ำหนักแล้วกัน
ตอนผม 140 ผมเชื่อเลยหละ ว่า วิ่งไม่ไหว แน่ๆ เข่าพัง ชัวร์ แล้วผมก็นั่งคิดว่า กีฬาอะไร ที่ ฟลูแอโรบิค และทำให้น้ำหนักลด จน ผมมาจบที่ว่ายน้ำ
ว่ายน้ำ เป็นกีฬาที่ใช้ ทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่ หัว จรดปลายเท้า ทำให้ คนอย่างผม พอจะลดได้ เพราะเวลาใคร ลงน้ำ ก็เบาหวิว ทั้งนั้น 555
ผมว่าย 2 ชมนะ เป็น เซท นะครับ ว่ายไปกลับ 50 เมตร กลับมา พัก 2นาที แล้วไปต่อ 2ชม นะครับห้ามหยุด แข็งใจหน่อยน้ำหนักลงเร็วมากๆ กับการว่ายน้ำ
มีคนถามมาเยอะมากว่า  ถ้าว่ายน้ำไม่เป็นละ ทำอย่างไร เนยแนะนำ นะครับ โยคะร้อน ลดไว กระชับ
ตอนผม 110
เริ่มวิ่ง ครับ วิ่ง อยู่กับที่ ที่บ้าน  2 ชม เซทละ 20นาที พัก 2นาที ให้ครบ 2ชมให้ได้ ระหว่างวิ่ง ก็ ดูทีวี ฟังเพลงไปครับ เพลินๆ แปปๆ หมด 2 ชม
สำหรับคนมีปัญหา เรื่อง หัวเข่า เนยแนะนำให้ ปั่นจักรยาน คนส่วนมาก ชอบบอกว่า ไม่นะ ปั่นแล้ว น่องโต คุณปั่นมัน ผิดวิธีครับ ที่คุณทำเรียก ถีบ จักรยาน ที่ผมทำเรียก ควงจักรยาน ซึ่งเป็นวิธีที่นักปั่น ทั่วโลกทำ ลองไปดูนั่งแข่ง จักยานนะครับ เรียวทั่งนั้น
ควงจักรยาน ทำอย่างไร? ง่ายๆครับ เริ่ม จากช้าๆก่อน ไล่รอบไปเรื่อยๆ หมุนไปเรื่อยๆให้มันเร็วขึ้นเรื่อยๆ แค่นี้เอง ไม่ต้องออกแรงมาก ขาเรียว สวยนางแบบ เลย 55
ถีบจักรยาน เป็นยังไง คือ การ ที่เราออกแรง ถีบมันตั้งแต่ ตอนนิ่งๆ ถีบเพื่อเพิ่มความเร็วมากๆ แบบนี้น่อง โป่งครับ กล้ามมา
ผมใช้ วิธี วิ่งตั้งแต่ 110-70 เลยนะ เล่นเวท ด้วย วิดพื้น ซิทอัพ
วิดพื้น จะได้ส่วนหน้าอกครับ และแขน ไหล่ ซิทอัพก็หน้าท้อง ง่ายๆ เวทก็ ตามสบายครับ ไหวแค่ไหน เล่นเป็นเซทๆ
วิดพื้น แบ่ง เป็น 5-10 เซท เซทละ 10-20 หรือไม่ก็เอา เท่าที่ไหว วิดจนปวดนะครับ เอาจนมันไม่ขึ้นแล้ว
ซิทอัพ เช่นกัน แบ่งเป็น จาก8 ไป12 ไป15-20  ครั้ง 4 เซทแล้วแต่ไหว เลยครับ แค่ไหนแค่นั้น
โยคะ ก็ เข้าคอสไปเลยครับ ไม่สันทัด เท่าไร แต่ว่า โยคะดีมากๆ ครับได้หลายๆอย่างเลย เหมาะสำหรับ ผู้ใหญ่นะครับผมว่า
การลดน้ำหนักเป็นเรื่อง ง่ายนะครับ ถ้าคุณออกกำลัง
ลองดูไหม ที่จะเดินขึ้น บันไดแทนลิฟท์  เดินตลาดดูไหม พาน้องหมาไปเดินเล่น เลิกใช้คนอื่นแล้วทำด้วยตัวเอง
จำไว้นะครับผม ว่า แค่ขยับ ก็ ออกกำลังแล้ว นิดๆหน่อยๆ ทำไปเถอะครับ
ปล. มีคนถามว่า วิ่ง น้อยกว่า  40นาทีได้ไหม ผมจะบอกว่า การวื่ง30-40 นาทีแรง ร่างกายเพิ่ง เริ่มเบิร์น นะครับ ถ้าหยุด ก็ที่วิ่งมาหมด ประโยชน์
ทั้งหมดต้องอยู่ที่ความ พอดีน้า ทำได้แค่ไหนแค่นั้น ห้ามหักโหม เอาเป็นว่า สุดๆเท่าที่จะทำได้นะครับ
แรงบันดาลใจ สำคัญ ไฉน?
แรงบันดาลใจ  คือสิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดแล้วนะ ในการลดน้ำหนัก มันมาจากไหนกัน? ก็ เหตุผลส่วนตัวครับ ของผมก็ หายใจไม่ออก จะเป็นจะตาย เอาวันนั้น  ของบางคนก็ จะจีบหญิงจีบหนุ่ม บางคนก็อกหักรักคุดตุ๊ดเมิน สาเหตุต่างๆกัน ล้วนสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้คนสำเร็จได้นักต่อนักไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม คล้ายๆ กับ การที่เรา ตั้งเป้าหมาย แล้ว เพ่ง ไปที่เป้าหมาย แล้วเดินเข้าไปหามัน
then Focus on your ultimate goal !
วิธีสร้างแรงบันดาลใจ ในแบบของผม ผมเกือบไม่ได้ มานั่งเขียนตรงนี้แล้ว ฮ่าๆๆ แต่ก็รอดมาได้ครับ เพราะ พอผมตั้งเป้าหมายแล้ว ผมเดินเข้าหามันจริงๆ ไม่ได้ ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างให้ สนิมเกาะ ฝุ่นเกรอะกรัง วิธี ง่ายๆนะครับ คือ คิดก่อนเราลดเพราะ อะไร? สุขภาพ ความรัก หน้าตา ความสำเร็จในชีวิต หรือต่างๆ พอเรารู้แล้ว ว่าเรา จะทำไปเพื่ออะไรก็ไปขั้นต่อไปเลยดีกว่า
อย่ารอความสำเร็จ อย่าได้รอให้มันเข้ามาหาเราครับ เราต้องสร้างมัน ทำมัน เหมือนเงินครับ ไม่มีตกมาจากฟ้า อยากได้ต้องทำงาน อยากได้ต้องแทงหวยกันไป นั่งอยู่เฉยๆ ไม่เกิดผล เหมือน การ ออกกำลังกายนั่นแหละครับ อยู่เฉยๆ น้ำหนักไม่ลด พาลแต่จะขึ้นเอา ต้องออกกำลัง สู้มันไปครับ แม้คุณจะขี้เกียจแค่ไหน เกลียดมันแค่ไหน เปลี่ยน ทัศนคติ เอามันมาเป็นเพื่อนรักให้ได้ เพื่อนคนนี้แหละครับ จะ ทำให้คุณดูดี หล่อ สวย เฟี้ยวเงาะ
เอาชนะ  หลังจาก เรามี แรงบันดาลใจแล้ว พร้อมแล้วไม่รออะไรแล้ว จะเริ่มวันนี้ ผมอยากให้คุณทุกคน มองมันเป็นถ้ำ ที่มีแสงสว่างข้างหน้า ไม่ว่า แสงนั้น จะเล็กแค่ไหน หาทางออกให้ได้ ระหว่างทาง อาจจะมี สัตว์ร้าย อาจจะมี อุปสรรค์ ให้คุณนึกถึงแรงบรรดาลใจ ที่คุณมี เอาชนะ มัน แล้วไปให้ถึงทางออก คุณจะรู้ว่า แสงสว่างที่เห็นเล็กๆนั้น จริงๆแล้วมันสวยงามและสว่างไสวเพียงไหน
สำหรับเนย ผมจะชั่งน้ำหนักทุกเช้า ครับ ชั่งเป็น LBS นะครับ จะละเอียดกว่า แล้วค่อยแปลงเป็น KG จดบันทึกทุกๆวัน ว่าเราหนักเท่าไรแล้ว ทุกวัน เวลาเดิม แต่งตัวให้คล้ายๆกัน ใครแก้ผ้า ก็แก้ไป ใคร บอกเซอร์ ก็บอกเซอร์ให้ตลอดนะครับ. ในระหว่างวัน เวลาผมอยากกินโน่นนี่ ในช่วงแรกๆ กิเลศ ที่มันเป็น สัตว์ร้าย อุปสรรค์ของผม ผมแค่ไม่สนใจมันครับ (พูดง่ายนะทำยาก) เพราะอะไรผมนึกถึงแรงบรรดาลใจของผม นั่นคือ แม่ กับ น้อง ที่ลดมาด้วยกัน ถ้าผมล้ม ทุกคนจะล้มตาม ไม่ได้ๆ ผมต้องทำให้ได้  เวลาจะไม่กิน ผมแค่คิดว่า พรุ่งนี้ก็ได้กิน แล้วเราต้องชนะมัน พอถึงเวลา ชั่งน้ำหนัก ในตอนเช้า เลขที่ขึ้นมา ทำให้ผม รู้ว่าเราลดไปอีก 1 ปอนด์ แล้วมันทำให้ผมรู้สึกว่า เห้ย สะใจหวะ เราชนะมันได้เราเก่งกว่าใจตัวเองเก่งกว่าความอยากไม่มีอุปสรรค์ไหนมาขว้าง จากความผอมกูได้หรอก กูเก่งมาก กูเทพ กูผอมลง เย่ เย่ เย่ เย่ สะใจโว้ยยยยยยยยยย !!!!
As I told you inspiration Motivation is most important part of your journey
!!!!  THEN AIM YOUR GOAL AND FOCUS ON IT  !!!!
ทัศนคติเนี้ยแหละ ทำให้ ไม่ โยโย่
โย่โย่เอฟเฟค คืออะไรครับ ? ในความคิดของคุณ
ผมว่าคนเข้าใจคำนี้ผิดนะ บ้างคน ไปพูดเรื่อง เนื้อห้อยเรื่อง ลงพุง สารพัด เลย
เอาจริงๆแล้ว ทางการแพทย์ หรือ ที่เป็น หลักการหน่อย เค้าหมายถึง
การ ลดน้ำหนัก ด้วยวิธีได้ ก็ ตาม ที่ทำให้ต่อมต่างๆ ส่วนต่างๆที่ซับซ้อน ของร้างกาย ทำงานผิดปกติ พอถึงจุดๆนึงที่ทำงานปกติแล้ว จึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมา  ( งง มะ จากที่ผมไปหาอ่านมาผมยัง งง มันขัดต่อความคิดของเนยอย่างแรง)บ้างก็ ว่า โยโย่เอฟเฟค คือ การที่ เราควบคุมปริมาณ แคลลอรี่ เพื่อลด น้ำหนักเช่น สมมุติกิน 1200 แคล ออกกำลังไป 500 น้ำหนักลด ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ กินแล้วเผาผลาญ ย่อมน้ำหนักลด เพราะ ร่างกายใช้พลังงาน และไม่เหลือ อะไรให้ไปสะสม เป็นน้องไข แต่พอ ได้ที่และพอใจกับ การลดนน แล้ว ก็กลับมากินปกติ  จึงทำให้ น้ำหนักขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีการเผาผลาญเกิดขึ้น และกินมากกว่า ที่เผาพลาญไป (ก็ไม่เมคเซนท์ อยู่ดีปะ)
หรือว่า
โยโย่คือ การที่ กินยาลดน้ำหนัก แล้วหยุด ทำให้ น้ำหนักกลับมา เป็นผลข้างเคียง ?
ผมไม่ค่อยเก่งเรื่องวิชาการเท่าไรครับ จากใจ เวลาผมอ่านเรื่อง ที่มันทางการๆหน่อยมักจะงง เชื่อว่าหลายคนเป็น เอาเป็นว่า ลองอ่านทัศนคติแบบ ผมดีกว่า
โยโย่คืออะไรในสายตาผม  
ผมคิดว่าการโยโย่ เกิดขึ้นง่ายมาก เพราะ ทัศนคติ ที่ผิด ต่อการลดน้ำหนัก เช่นกินยา หรือ เข้าสถาบันต่างๆ (ผมไม่ได้ว่าของพี่ไม่ดีนะครับ แค่มุมมอง) แต่จริงๆแล้ว การโยโย่เนี้ย มันเกิดเพราะ เราไม่เปลี่ยนนิสัย ไม่มีวินัย ในการใช้ชีวิต ต่างหาก หลายๆคนที่ลดได้ แล้ว กลับไปกินเท่าเดิม ย่อมกลับมาอ้วนแน่นอนครับ เพราะอาจจะคิดว่าลดง่าย ไม่เห็นเหนื่อย แค่กินยา แค่ ไปให้เค้านวด น้ำหนักก็ลด ผิดถนัดนะครับ อะไรที่ได้มาง่ายๆ ย่อมเสียไปง่ายๆ
ทำอย่างไรไร้โยโย่
1.เปลี่ยน ทัศนคติ
ให้คิดไว้เลยครับ ว่า ตอนนี้เรากำลังจะเป็นคนผอม สิ่งที่เราสมควรทำคือ ตั้งอยู่บนความพอดี ! อะไรที่เราทำตอนลดน้ำหนัก เราเหนื่อย เราท้อ เราสิ้นหวัง แต่เราผ่านมันมาได้ ! เราเป็นผู้ชนะมัน อย่าให้มัน มาทำร้ายเราได้อีก เราเหนื่อยแค่ไหน กว่าจะ ผอมได้ ฉนั้น ใช้ชีวิตเป็นคนปกติ อย่าใช้ชีวิตเป็นคนอ้วน
2.ออกกำลัง สม่ำเสมอ
การออกกำลังสม่ำเสมอนั้น ทำให้ได้เผาผลาญอะไรที่เป็นส่วนเกิน ออกไปบ้างครับ ไม่ต้องมากเท่าตอน ลดน้ำหนักหรอก แต่ว่า ถ้างดไป ผมไม่คอนเฟิมนะ ว่าคุณ จะผอมแบบนี้ตลอดไป
3.อาหารการกิน
อาหารการกิน มีส่วนสำคัญนะครับ ที่ทำให้ไม่กลับไปอ้วนอีก ยกตัวอย่างผม ลดมา 73กก กระเพาะผมคงขยายบานตะไท เท่าตู้เสื้อผ้า แต่พอผมลดน้ำหนักมา ผมคุมอาหาร 100%ไม่มีพลาด ทำให้ กระเพาะ ตู้เสื้อผ้าของผม กลับมาเป็น ถ้วยน้ำจิ้มเหมือนเดิม (ทุกวันนี้ต่อให้ผมยัดนุ่นแค่ไหน ก็กินได้ไม่เท่าเพื่อนผอมๆเลยด้วยซ้ำ)
4.ชั่งน้ำหนักทุกวัน
การชั่ง นน ทุกวัน ทำให้เราได้รู้ครับ ว่าอยู่จุดไหนแล้ว อ้วนไปยัง? ถ้ารู้ตัวจะได้ลดซะก่อนคนอื่นมาทักว่าเราเป็นตุ่มอีกครั้ง ถ้า น้ำหนักลด ก็จะได้รู้ ว่ามีอะไรผิดแปลกไป นอกจากเราตั้งใจจะลดมันหรือเปล่า?
5.เปลี่ยนนิสัยในการใช้ชีวิต ตั้งอยู่บนความพอดี !
นิสัย กิน จุกจิก ขี้เกียจ ชอบกินแหลก ชอบกิน น้ำอัดลมทุกมื้อ ขนมทุกคืน กินตอนกลางคืน เลิกเถอะครับ เพราะว่า นิสัยเหล่านี้ทำให้เราอ้วน ซึ่ง หลายๆอย่าง มันไม่ได้ดี ต่อตัวเองเลย ทานได้ ดื่มได้ครับ อยู่บนความพอดี ไม่เช่นนั้น กลับมา อ้วนอีกโทษใครไม่ได้เด้อ
6. ภูมิใจ !
ผมพูดอยู่เสมอๆ ครับว่าอยากให้ภูมิใจ ในตัวเองกัน เวลาเราสวยหล่อ เราผอมแล้ว ในเมื่อคุณมีความภูมิใจแล้ว ย่อมไม่กลับไปอ้วนแน่ๆ เพราะคุณ รู้แก่ใจ ว่า ชีวิตมันดีขึ้นแค่ไหน ลำบากแค่ไหนกว่าจะลดน้ำหนักลงมาได้ คุณต้อง เหนื่อย ต้องเจ็บ ต้องสู้กับตัวเอง  คุณชนะสิ่งที่ยากที่สุดคือตัวเองได้แล้ว อย่ากลับไปก้มหัวให้มันอีก เป็นครั้งที่สอง
ง่ายๆครับ 6 อย่างจำไว้ แล้วจะไม่มีโยโย่
จำไว้นะครับ ลดน้ำหนัก หนะง่าย มีหลาย พัน 108 วิธีลด แต่รู้ไหมว่า ส่วนที่ยากที่สุด คือหลังจากนั้นต่างหาก !
สู้ๆครับทุกคน คนไม่เอาถ่านแบบผมทำได้ คุณก็ย่อมทำได้
หลังจากที่ผม ลดได้แล้ว อะไรที่เปลี่ยนไป ?
ที่แน่ๆ คุณจะมั่นใจในตัวเองมากขึ้นครับ ทำอะไรคล่องตัว คล่องแคล้ว หาเสื้อผ้าใส่ง่าย ประหยัดเงินค่ากิน เพราะ กินน้อยลง (เกี่ยวไหม? 55 ) แล้วก็ ดึงดูดเพศตรงข้าม มากขึ้นแน่ๆครับ (อันนี้คงจะสำคัญสำหรับใครหลายๆคน ฮ่าๆ) เหงื่อ น้อยลง ทั้งๆที่ผมเป็นคนเหงื่อเยอะ ทุกวันนี้ถ้าไม่ร้อนมากกๆๆๆ ก็จะไม่ค่อยมี ทำอะไรก็ไม่ค่อยเหนื่อยเหมือนเมื่อก่อน   และ ภูมิใจ สะใจ
อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้ ถ้าใครมี ปัญหาอะไรอยากปรึกษาส่วนตัว ก็ ติดต่อผมได้นะครับ
จะพยายามตอบ ทุกๆคนเลยครับ ^^
Facebook : itthimon Punyarataban
Page : Big motivation by P_noel
“ขอบคุณ ครอบครัว ที่เป็นกำลังใจให้ผม เสมอมา เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่บอกให้ผมสู้ตลอดเวลา”
ปล. ลืมบอกไปครับ ผมลด มาพร้อม แม่ และน้องชาย ด้วยครับ
น้องผมจาก 102 เหลือ 75
แม่ผม ลด ประมาณ 18 โล ^^