แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ผอมด้วยใจ ผอมอย่างไร


ผอมด้วยใจ ผอมอย่างไร มาติดตามเคล็ดลับดีๆ จากโค้ชเคี้ยง โค้ชผู้เคยหนักกว่าร้อยกิโลกรัม!! 
6 เทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณหุ่นดี
 +++++++++++++++++++++++++
ผมเป็นผู้หนึ่งที่เคยน้ำหนักตัวเกือบร้อยกิโลกรัม



เคยมีความทุกข์มากที่อ้วน ต้องแบกน้ำหนักตัวกว่าร้อยกิโลกรัม และเกือบจะเป็นเบาหวาน
อยากจะลดน้ำหนัก แต่ก็ลดไม่ลง เป้าหมายที่มีมาตลอดคืออยากจะลดน้ำหนัก
พยายามอยู่ 7 ปี แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะว่าแพ้ใจตัวเองมาตลอด ทั้งๆที่รู้ว่าเพียงแค่ลดอาหาร
และออกกำลังกายน้ำหนักก็ลดลงได้ จนในที่สุดผมมาตกผลึกความคิด “วิธีการผอมด้วยใจ”
เหตุใดจึงต้องผอมด้วยใจ


เคยสังเกตไหมครับว่า เราทุกคนรู้ว่าถ้าอยากผอม ต้องไม่กินขนม แป้ง ของหวาน อาหารไขมันสูง
รู้ว่าต้องออกกำลังกาย แต่สิ่งที่เราไม่รู้คือการควบคุมจิตใจหรืออารมณ์ของเรา
ที่จะเอาชนะความ “ยั่วยวน” ของรสชาติ กลิ่น และรูปลักษณ์ของอาหาร
นอกจากนั้นบางทีเรายังใช้อาหารเป็นเครื่องระบายอารมณ์...555 เช่น ดีใจก็ชวนกันกิน เสียใจก็ชวนกันกิน
อย่างนี้จะไม่ให้รอบเอวพุ่งไปไหนๆ ได้อย่างไร  รู้งี้ต้องมาลองลดพุงด้วยใจกันดู รับรอง work!

หลักการลดพุงด้วยใจ

1. หาเหตุผลแรงๆ ว่าทำไมเราต้องลดน้ำหนัก เพราะถ้าเหตุผลไม่แรงพอ โอกาสที่จะแพ้ใจตัวเองก็มีสูง
เช่น คุณแม่คนหนึ่งอ้วนมาก อยากจะลดน้ำหนักเพราะเธอวิ่งตามลูกไม่ไหว
เธอเริ่มรู้ว่าน้ำหนักที่มากนี้จะทำให้เธอเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
และอาจไม่มีโอกาสเห็นลูกประสบความสำเร็จในชีวิต
เหตุผลที่แรงพอ จะทำให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงในการลดน้ำหนัก



2. เชื่อมั่นว่าคุณทำได้
ความเชื่อมั่นในตัวเองนับเป็นบันไดขั้นแรกของความสำเร็จ
เพราะเมื่อคุณคิดจะลดน้ำหนัก คนเดียวที่จะทำให้ฝันเป็นจริงก็คือ “ตัวคุณ”
ถ้าคุณยังไม่เชื่อตัวเอง แล้วจะสำเร็จได้อย่างไร คิดในแง่บวกว่า “คุณทำได้” จะช่วยให้เกิดความมุ่งมั่น
ไม่ท้อ ไม่ล้มเลิกกลางคัน แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม



3. จินตนาการตัวเอง ในหุ่นสุดเช้ง
ทุกคืนก่อนเข้านอน ให้หลับตาและนึกภาพรูปร่างในฝันที่คุณต้องการ
และทุกครั้งที่ท้อหรือคิดล้มเลิก ให้นึกถึงรูปร่างในฝันนั้นไว้ จะช่วยเป็นแรงจูงใจให้คุณฮึดสู้อีกครั้ง



4. ตั้งเป้าหมายระยะสั้น
ไม่ว่าคุณจะมีเป้าหมายอยู่ที่ 10 หรือ 20 กิโลกรัมที่ต้องการกำจัดออกไป
ควรเริ่มที่เป้าหมายระยะสั้น เช่น 3 กิโลกรัม เพื่อให้ตัวเองมีแรงใจที่จะไปต่อ
หรืออาจจะตั้งเป้าหมายรายวัน เช่น จะทานอาหารปริมาณเท่าไหร่ ออกกำลังกายให้ได้ 45 นาทีในแต่ละวัน
ถ้าบรรลุเป้าหมายระยะสั้นได้ เป้าหมายสุดท้ายก็อยู่แค่เอื้อม



5. รู้สึกดีกับตัวเอง
ที่ผ่านมาคุณอาจจะรู้สึกว่าตัวเองน้ำหนักมากเกินไป ดูไม่ดี ไม่มั่นใจ
แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะคิดในแง่บวก ความรู้สึกดี การให้กำลังใจตัวเอง
หรือการทำอะไรให้ตัวเองมั่นใจมากขึ้น จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก เพื่อในไปสู่รูปร่างในฝันในที่สุด


6. อย่าเครียด 555 หัวเราะเข้าไว้ สนุกกับการลดน้ำหนัก
ถ้าหากการออกกำลังกายและลดอาหารทำให้คุณเริ่มเครียด ก็ลองหยุดพักสักวัน ไปทำกิจกรรมที่ชอบ
ทำให้ตัวมีความสุข รักษาความคิดในแง่บวก แล้วพรุ่งนี้เริ่มกันใหม่
เป็นยังไงบ้างครับ กับ 6 เทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณผอม และผอมอย่างยั่งยืน
แค่เริ่มเปลี่ยนทัศนคติ รับรองว่าความผอมไม่ไกลเกินเอื้อมแน่ครับ!!

โค้ชเคี้ยงเปิด 1 on 1 โค้ชชิ่งสำหรับคนที่ลดน้ำหนักไม่ลงสักที
และเปิดสัมมนาสร้างแรงบันดาลใจให้คนสุภาพดีขึ้น สวย หล่อ และมีความเคารพตนเอง
 
โค้ชเคี้ยง เอกภพ คุณากรไพบูลย์ศิริ
 
สามารถติดตามเทคนิคของการลดน้ำหนักเพิ่มเติมได้ที่
เฟสบุ๊ค : โค้ชเคี้ยง ผอมด้วยใจ
หรือ Line : coachkiang
อ่านต่อได้ที่ https://beauty.wongnai.com/articles/6-easy-ways-to-get-good-shape-by-coach-kiang?ref=ct

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เรื่องของคนนอนดึก







นพ.กฤษดา ศิรามพุช, พบ.(จุฬาฯ) ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ อายุรวัฒน์นานาชาติ American Board of Anti-aging medicine ได้เขียนคู่มือดูแลร่างกายของ "คนนอนดึก" ไว้อย่างน่าสนใจ ตามนี้ :- สมัยที่ผมเป็นหมออยู่แผนกมะเร็ง มีหลายท่านมาถามว่าถ้าต้องทำงานดึก นอนดึกแล้วจะดูแลสุขภาพอย่างไรดี เพราะเห็นหมอก็นอนดึกแล้วจะมีเวลาดูแลสุขภาพตัวเองหรือ?ผมก็เลยให้วิธีที่ผม ทำอยู่กับเขาไปคำแนะนำสำหรับคนนอนดึกและทำงานกลับกลางวันเป็นกลางคืน ต้องพิเศษหน่อยครับ เพราะอาชีพนอนดึกคืออาชีพที่ เอาชีวิตในอนาคตมาแลกเอาสุขภาพแลกเงินนั่นละครับไม่ว่าจะเป็นงาน ดีเจ,พิธีกร,นักแสดง,คุณหมอ,ขายของ
ฯลฯ อาชีพเหล่านี้เสี่ยงต่อสุขภาพทั้งสิ้น เพราะลงถ้าต้องนอนดึกแล้วหรือต้องทำงานในเวลาที่ร่างกายต้องพักผ่อนร่างกาย มันก็จะย้อนมาฟ้องด้วยอาการผิดปกติต่าง ๆ อาทิเช่นมึนศีรษะ, เวียนหัว, คลื่นไส้, เป็นหวัดง่าย, ภูมิแพ้กำเริบ น้ำมูกหยดติ๋งๆเป็นสิ่งที่เรียกอาการ “น้ำจิ้ม” ของคนนอนดึกครับ แต่ถ้ายังอดนอนต่อไปอีก น้ำจิ้มก็จะเปลี่ยนเป็นจานหลักมื้อใหญ่จัดหนักครับ ทั้งปวดหัวบ่อย,ประจำเดือนไม่มา,อ้วนลงพุงและซึมเศร้าได้ คนที่ไม่ได้นอนเป็นเวลาเท่ากับพาร่างกายเข้าสู่ “หลุมดำ” ที่รวมโรคไว้ไม่คุ้มเลยแม้แต่นิด
3ความเชื่อเมื่อนอนดึกมีความเชื่อเรื่องคนนอนดึกอยู่หลายข้อที่ทำให้สับสน และกลายเป็นความเชื่อที่ผิดจนเสียสุขภาพไปได้ดังจะขอยกง่ายๆที่ได้ยินบ่อย สัก2-3ตัวอย่างนะครับ


💤💤💤💤💤💤💤

 1. นอนดึกจะไม่อ้วน ตรงกันข้ามเลยครับ ยิ่งนอนดึกยิ่งเสี่ยงอ้วนได้มาก หากไม่อยากอ้วนควรเข้านอนตั้งแต่หัว
ค่ำจะดีที่สุด

2. นอนดึกแล้วนอนชดเชยได้ การอดนอนไม่อาจชดเชยได้เหมือนกันการนอนในเวลานั้น ๆ ครับเหมือนกับเวลาทองที่ผ่านแล้วผ่าน
เลยอาจนอนเพิ่มได้บ้างแต่ไม่ดีทั้งร้อย
แน่ครับ

3. นอนดึกแล้วต้องกิน คนที่กินตอนดึกเพราะเชื่อว่าต้องกินนั้นส่วนใหญ่มาจากความหิวยามวิกาลที่ทน ทานไม่ไหว ยิ่งกินดึกไปจะยิ่งอ้วนง่ายขึ้นครับ“ถั่ว,ปลา,ไข่” ทำงานดึกต้องเลือกกินเมื่อทราบแล้วว่าการนอนดึก ไม่ดีนักต่อร่างกายแต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ผมก็เข้าใจมาก ๆครับ เพราะทำงานที่ต้องแข่งกับเวลาเช่นเดียวกันกับหลายท่าน



เลยหาเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยตอบโจทย์คนทำงานดึกได้และไม่เสียสุขภาพมากมาฝากกันครับ เป็นโปรแกรมจัดชีวิตยามวิกาล ด้วยการเลือกทานเพื่อบำรุงสุขภาพอาหารเฉพาะสำหรับมนุษย์นอนดึกมีดังต่อไปนี้ ครับ
1) เนื้อสีขาว หาเนื้อปลา อกไก่ ไข่ขาว เต้าหู้ ทานบ้างครับ เพราะสร้าง “เคมีสมอง” ที่จำเป็นสำหรับคนนอนดึก ได้แก่โดพามีน,เอพิเนฟริน 2) กาบ้า (GABA) เป็นสารช่วยสื่อประสาทสมองทำให้ความจำดีคิดอ่านได้
ว่องไวมีมากในข้าวกล้องงอก,มอลต์,ข้าวบาเลย์,ถั่วแดง,ถั่วดำ,ลูกเดือยและธัญพืชอื่น ๆ ครับ
3) โคลีน (Choline) มีมากในถั่วเหลือง,ไข่แดง เป็นเคมีที่ช่วยสร้างความปรองดองเชื่อมโยงถึงกันในสมอง ป้องกันความจำเสื่อม ช่วยให้สมาธิและความจำ ไม่สะดุดลงด้วยอาการอดนอนครับ
4) ช็อกโกแลตดำ(Dark Chocolate) ท่านที่อยากหาเครื่องดื่มชูกำลังเสริมขอให้เลือกเป็น “โกโก้ร้อน” แทนเพราะมี “ฟลาโวนอยด์” ช่วยให้เลือดไหลลื่นในสมองป้องกันเส้นเลือดอุดตันครับ5) โอเมก้า(Omega fatty acid) เลือกหาจากเนื้อปลาแต่ว่าลดการบริโภคน้ำมันพืชให้น้อยลงครับ ให้รับประทานปลาทูวันละ 2 ตัวหรือ ทูน่ากระป๋อง ก็ยังได้ครับ
6) ไบโอติน(Biotin) กินได้จาก “ไข่แดง” อย่างน้อยวันละ 1 ฟองปลอดภัยทานได้ครับ ไบโอตินช่วยบำรุงสมองและเส้นผมได้ดี เหมาะกับท่านที่อยู่ดึกและใช้สมองมาก
7) ใบบัวบก(Centella asiatica) เป็นคลอโรฟิลล์จากธรรมชาติและ ยังมีสารช่วยลดการอักเสบของร่างกายจากภาวะนอนดึก หาบัวบกรับประทานสดหรือเอามาปั่นเป็นน้ำคั้นสีเขียวดื่มบ่อยๆ ช่วยให้สดชื่นตื่นตัวดีครับ
8) ใบแปะก๊วย(Ginkgo biloba) ย้ำว่าเป็นส่วนของ “ใบ” นะครับไม่ใช่เม็ดแปะก๊วยที่เอามาใส่นมสดซดเล่น ในใบของแปะก๊วยมีสารสำคัญ ที่ช่วยป้องกันสมอง สามารถหาทานได้ในรูปแบบอาหารเสริมครับ
9) วิตามินบี(B Vitamin) ของดีที่ช่วยเส้นประสาททั้งร่างกายอีกทั้งสมองให้ตื่นตัวได้แม้ในยามอดนอน วิตามินบีมีดีแทบทุกตัวครับทั้ง บี1,บี2,บี6,บี12 และอีกหลายๆบี มีผลกระตุ้นสมองป้องกันอาการง่วงมึนซึมครับ
10) ดื่มน้ำให้มาก(Hydration) สุดท้ายนี้ง่ายๆที่สุดแต่มักถูกมองข้ามคือการ “ดื่มน้ำสะอาด” ครับ น้ำเปล่าธรรมดานี่เองครับที่ดีต่อสมองเป็นที่สุดเพราะก้อนสมอง ต้องอาศัยน้ำในการบำรุงเช่นเดียวกับร่างกายที่นอนดึก ท่านที่รักลองสังเกตว่านอนดึกแล้วปากแห้งเพราะร่างกายคนนอนดึกไม่ได้พักจึง มีการสูญเสียน้ำไปจนปากคอ
เป็นผง

💤💤💤💤💤💤💤💤💤💤

 ส่วนสิ่งที่ควรเลี่ยงในผู้ใช้ชีวิตยามรัตติกาลเป็นอาจิณก็คือ
1) กาแฟและชา
2) ของหวาน
3) อาหารเค็ม
4) ออกกำลังตอนดึก
5) ยานอนหลับ

ทั้ง5อย่างนี้จะยิ่งรบกวนการนอนทำให้เกิดโรคจากการ
นอนหลับผิดปกติและทำให้เมื่อถึงเวลาหลับจริงๆอย่าง
ตอนกลางวันไม่สามารถจะหลับได้เต็มตาพาให้สุขภาพย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็วครับ

สำหรับเวชศาสตร์อายุรวัฒน์แล้วการได้หลับตาลงพร้อมกับร่างกายที่ได้อาหาร บำรุงถูกจุดจะเป็นคำตอบของท่านที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำครับนอนดึกก็มี ทางออกนะครับ