Tuesday, March 1, 2016

ฮ่องเต้ผู้ทำลายพระพุทธศาสนา

ในบทความนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึง “พิบัติภัยแห่ง 3 อู่ 1 จง" ที่วันนี้ นสพ.หนึ่งนำบทความมาลง ซึ่งในบทความกล่าวว่าเพราะพระภิกษุ ภิกษุณี ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเกินไป จึงนำมาสู่การถูกทำลายเพื่อปฏิรูปศาสนาให้ถูกต้อง อ่านแล้วชวนให้สงสัยว่าจริงอย่างที่อ้างหรือไม่อย่างไร จึงเข้าค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม และมาเล่าให้เพือนๆกัลยาณมิตรได้ทัศนากันครับ

ขอแนะนำให้รู้จักผู้ที่กวาดล้างศาสนาพุทธในจีน ทั้ง 4 องค์นี่ก่อน



1. ฮ่องเต้เป่ยเว่ยไท่อู่ตี้แห่งแคว้นเว่ยเหนือ(เผ่าซุงหนู) (ค.ศ. 408-452) ฝักใฝ่นักพรตลัทธิเต๋า ประกาศลัทธิเต๋าเป็นศาสนาประจำแคว้น สร้างพระราชวังสูงเสียดฟ้าเพื่อไปให้ถึงสวรรค์ และเชื่อคำยุยงจากนักพรตและขันทีว่า พระภิกษุแอบก่อกบฏ และสร้างหลักฐานเท็จด้วยการใส่อาวุธไว้ในวัดต่างๆในเมืองฉางอัน ฮ่องเต้หลงเชื่อและสั่งฆ่าพระ เผาวัดทุกแห่ง ในอาณาจักร
Quote :“นับแต่ข้าล้างบางพุทธศาสนา ราษฎรได้ลดภาระ ธัญญาหารและแพรพรรณในเสบียงคลังก็เพิ่มพูน”
ต่อมารัชสมัยนั้นมีแต่การแก่งแย่งชิงดี สุดท้ายฮ่องเต้ถูกลอบสังหารโดยขันทีคนสนิท
และองค์ชายผู้เป็นพุทธศาสนิกชนได้ขึ้นครองราชย์
https://en.wikipedia.org/wiki/Emperor_Taiwu_of_Northern_Wei

เป่ยโจวอู่ตี้


2. ฮ่องเต้เป่ยโจวอู่ตี้ แห่งแคว้นโจวเหนือ (ค.ศ. 543-578) ผู้ทะเยอทะยานในการรวมจีนเป็นหนึ่ง ทรงโปรดปรานนักคิดขงจื๊อ หลังจากที่นักพรตเต๋า และพระภิกษุ แพ้การดีเบตหน้าพระพักตร์ จึงแบนลัทธิเต๋าและศาสนาพุทธไปพร้อมๆกันทั้งอาณาจักร ด้วยทรงอ้างว่านักบวชมีชีวิตฟุ้งเฟ้อ และบังคับนักพรต และพระภิกษุต้องสึกออกไปเป็นทหาร เพื่อออกรบรวมชาติ
Quote :เป่ยโจวอู่ตี้เคยถูกข่มขู่ว่า “ฝ่าบาทห้ามเผยแผ่พุทธศาสนาตายไปต้องตกนรก!” พระองค์ตอบกลับว่า “ขอแค่ให้ประชาชนมีสุข เรายินยอมตกนรกรับทรมานเอง!”
พระองค์สิ้นพระชนม์ด้วยอาการป่วยกระทันหันด้วยอายุเพียง 35 ปล่อยให้บัลลังก์ตกแก่ทายาทที่ไร้ความสามารถ สุดท้าย ถูกรัฐประหารด้วยมือของหยางเจียนผู้สมถะ ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์สุย ผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งสามารถรวมจีนเป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ
https://en.wikipedia.org/wiki/Emperor_Wu_of_Northern_Zhou

ถังอู่จง


3. ฮ่องเต้ถังอู่จง(ค.ศ. 841-846) แห่งราชวงศ์ถัง (ร้อยกว่าปีหลังเหตุการณ์หยางกุ้ยเฟย) ทรงฝักใฝ่ลัทธิเต๋า และเชื่อว่าการยกเว้นภาษีพระภิกษุและภิกษุณีทำให้เป็นอภิสิทธิ์ชน ทั้งที่เป็นศาสนาต่างชาติ จึงมีราชโองการบังคับให้พระภิกษุและภิกษุณี รวมถึงบาทหลวงคริสต์นิกายเนสเธอเรียน และลัทธิโซโรอัสเตอร์ ยกทรัพย์สินให้ทางราชการ เว้นแต่จะลาออกไปเป็นฆราวาสและจ่ายภาษี และจำกัดให้วัดมีพระจำพรรษาได้ไม่เกิน 20 รูป เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้จำนวนพระภิกษุ ภิกษุณี ลดลงไปกว่า สองแสนรูป วัดวาอารามถูกทำลาย กว่า สี่พันแห่ง และสร้างมหาวิหารใหญ่โตหรูหราขึ้นมากมายเพื่อบูชาเทพเจ้าเต๋า
ความคลั่งไคล้อยากเป็นเซียนของฮ่องเต้ ทำให้ทรงใช้ชีวิตไปกับการเสพยาที่นักพรตเต๋าปรุงถวาย ฤทธิ์ยาทำให้ฮ่องเต้มีพระสติวิปลาสฟั่นเฟือน และสิ้นพระชนม์ด้วยพระชันษา 31
หลังรัชสมัยของพระองค์ พระพุทธศาสนาได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในรัชสมัยต่อมาของฮ่องเต้ถังซวนจง "ถังไท่จงน้อย"
https://en.wikipedia.org/wiki/Emperor_Wuzong_of_Tang

โฮ่วโจวซื่อจง

4.โฮ่วโจวซื่อจง (ค.ศ. 921-959) เป๋นอ๋องในยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร (หลังสิ้นราชวงศ์ถัง) มีตำนานประกอบที่ไม่ชัดเจนในเชิงประวัติศาสตร์นักว่า ได้ทำลายวัดในพระพุทธศาสนาถึง 6000 แห่งเพื่อนำพระพุทธรูปไปหลอมเป็นเหรียญกษาปณ์
ภายหลังสิ้นพระชนม์ในสนามรบขณะ อายุ37 ทิ้งแคว้นไว้ในมือรัชทายาทอายุหกขวบ สุดท้าย อาณาจักรโฮ่วโจวก็ตกอยู่ในมือของ "เจ้ากวงยิ่น" หรือ ฮ่องเต้ซ่งไท่จู่ ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ซ่ง ซึ่งเป็นผู้เปิดโอกาสให้ทุกแนวคิดได้มีที่ยืนในสังคมจีนตลอดระยะเวลาของ ราชวงศ์
https://en.wikipedia.org/wiki/Chai_Rong
https://en.wikipedia.org/…/Four_Buddhist_Persecutions_in_Ch…


จากที่อ่านดูจากเรื่องราวของฮ่องเต้ทั้งสี่แล้ว มีข้อสังเกตดังนี้
1. มีถึงสามองค์ที่นับถือ ชื่นชอบ ลัทธิความเชื่อนอกพระพุทธศาสนา และอิทธิพลจากความเชื่อนั้น นำภัยมาสู่พระพุทธศาสนาอย่างรุนแรง
2. ผลที่ออกมาหลังจากนั้นก็ไม่มีผลดีต่อตนเองและอาณาจักรเลย
3. นโยบายต่อต้านพระพุทธศาสนาล้วนเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้ามในรัชสมัยต่อมาทั้งสิ้น

ที่นี้พอเห็นความจริงมากขึ้นไหมครับ ( เปิดวาป http://www.posttoday.com/life/life/418633)

‪#‎ศิยราย‬