Wednesday, November 21, 2012

โน๊ตบรรยายธรรม 21-11-2555

สรุปเนื้อหาการบรรยายธรรมจากพระอาจารย์อารักษ์ ญาณารักโข

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 ณ ชมรมพุทธดีแทค อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 33


พระอาจารย์ชมเสียงสวดมนต์ที่พร้อมเพรียงของผู้ัมาปฏิบัติธรรม และกล่าวว่า คนเราควรให้ความสำคัญกับการดูแลจิตใจตัวเอง เหมือนกับที่ไปดูแลร่างกาย ไปฟิตเนส ไปทำสปา กินอาหารเสริมร้อยแปดพันเก้าอย่าง ดูแลใจนั้นไม่ยาก แต่ทำใจอยู่เฉยๆ แค่นี้

ลักษณะของใจมีอยู่ข้อหนึ่ง ที่พระพุทธศาสนาบอกไว้  "ใจมี่ลักษณะเป็นดวงกลมใสนะ ใจที่เป็นหยักๆทีฝรั่งมาแจกๆนั่นน่ัะไม่ใช่ใจ นั่นมันหัวใจ เ้ป็นอวัยวะ แต่มาสมมติแทนกันเพราะเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย ดังนั้นวาเลนไทน์นี้ลองให้เป็นดวงกลมๆใสๆดูมั่ง บอกไปว่านี่คือใจจริงๆ

ลักษณะที่สองของใจคือ ใจมันไม่อยู่นิ่ง ใจชอบวิ่งไปแล่นไป วิ่งไปนี่เร็วมากนะ แสงว่าไวแล้ว ก็ยังต้องใช้เวลาเดินทาง ลองใจนึกสิ นึกถึงพระอาทิตย์ นึกถึงพระจันทร์ นึกถึงคนอีกซีกโลก ใจไปถึงก่อนแล้ว

ใจนั้นมีความหมอง และความใสเฉพาะตัวมันเอง เป็นไปตามอารมณ์ที่มากระทบ คิดสิ่งที่ดี มีความสุข ใจก็ผ่องใ ส คิดเครียดวิตกกังวล ใจก็เศร้าหมอง

ใจเป็นธาตุสำเร็จ ทุกสิ่งสำเร็จได้ด้วยใจ สังเกตดู ถ้าใจถึง ยากแค่ไหนก็สำเร็จ แต่ถ้าใจไม่เอาด้วย ง่ายๆก็ทำไม่ได้

ใจที่ไม่ดูแลก็ถูกกิเลสมันเชิด แล้วก็เกิดปัญหากันมา เรื่องเล็กน้อยก็ใหญ่โตได้ ตัวอย่างผัวเมีย เวลารักกันนี่พูดหวานซะไม่มี  แต่พอไม่ชอบกันแล้วนี่สิ  งัดทุกสารพัดข้าวของในบ้านมาขว้างใส่กันวินาศสันตะโร หรือถ้าทำขนาดนั้นไม่ได้ก็ใช้อาวุธใกล้ตัว คือปาก งัดคำสมัยดึกกำบรรพ์ทุกคำที่รู้ออกมาทำลายคู่กรณีให้ตายคาปาก นี่คือมันตามใจ ใจตามกิเลส

ทีนี้แล้วจะทำยังไงถึงจะบริหารใจตัวเองได้ ก็นั่งนิ่งๆ โดยเฉพาะตรงจุดCG จุดนี้มีอานุภาพมาก วิทยาศาสตร์ใช้กันเยอะแล้ว อย่างเ่ช่นยกของ ให้ของทรงตัว ยกตรงจุดพอดี ยกสบายที่สุด

แล้วเวลานั่งนิ่งๆได้ถูกส่วน จะมีความสุข ความสุขมากๆเลย อันนี้แหละส่งให้คนอื่นๆได้ เห็นคนนั่งเขียนสคส.แจกกัน บางคนนั่งร้องไห้ไปเขียนไปขอให้มี่ความสุข มันจะได้ความสุขไหม ถ้าไม่มีความสุขให้ส่ง

แผ่เมตตานั่นแหละคือสคส. ตัวจริง

ยิ่งนั่งนิ่งๆมากขเข้าจะได้ปัญญา

ปัญญานี่มี 3 อย่าง ฟังอ่าน  คิด และ ทำภาวนา   คนส่วนมากไปต่อปริญญาหลายใบ เอาเวลาครึ่่งค่อนชีวิตไปเรียนรู้ ที่จริงหลายเรื่องทีเดียวที่มีอยู่แล้วในตัว แค่ไปค้นมาใช้เท่านั้นเอง เพราภพชาติที่ผ่านมาก็เคยเรียนมาแล้วทั้งนั้น

ใจมันมีหน้าที่ เห็นจำคิดรู้  อ้าว แล้วที่เขาว่าสมองรับรู้แสงที่มาตกกระทบที่เรตินาเป็นภาพล่ะ  ก็ต้องย้อนถาม ว่า เคยใจลอยไหม อยู่กันต่อหน้าแต่ไม่เห็น สมองไม่ประมวล?


อีกเรื่องที่สำคัญคือ เมื่อตายไปแล้ว คนที่ใสผ่องใสก็จะไปเกิดในที่ดี ก็มีคนหัวใสนะคิดว่างั้นก็ง่ายเลย แค่คิดดีก็ไปสวรรค์แล้ว ลองคืนนี้ตายพร้อมกันสิ นึกออกมั้ยเรื่องดีๆ ของแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้หรอก จะนึกถึงบุญก็ต้องมีบุญให้นึก ไม่มีก็นึกไม่ออก

ก็มีคนที่พูดว่า วุ่นวาย นั่งไม่สงบ นั่งยาก บอกไว้เลยว่ายิ่งต้ิองนั่งเป็นสองเท่า ชีวิตฆราวาสมันวุ่นวาย ยิ่งต้องนั่งเลย ไม่ังั้นจะไปเอาตัวรอดได้อย่างไร

สังเกตดูทำไมมนุษย์เราถึงแตกต่างกัน เพราะภพมนุัษย์มีความวิเศษ สร้างบุญแล้วสะสมไปหลายภาพหลายชาติ ไม่เหมือนภพอื่น ดูอย่างสัตว์สิ หน้าตาคล้ายกันตามสายพันธ์เลย เพราะพวกนี้เสวยผลบาป เทวดาก็เหมือนกัน ไม่มีอ้วนมีผอมล่ะ พิมพ์เดียวกันหมด คือเสวยผลบุญเหมือนกัน

ฝึกไว้เถอะ เวลามีเหตุมีเคราะห์ ก็จะไม่เดือดร้อนใจ ยิ้มได้แม้ภัยมา คือจะมองอะไรตามความจริง ไม่คิดต่อยอดความเศร้าจนเรื่องบานปลาย

ตัวอย่าง เรื่องม้าหาย